บทสรุปชีวิตโลดโผนของ Andy Warhol เจ้าพ่อป็อปอาร์ตแห่งยุค

Studio 54

ในปี ค.ศ. 1977 เมื่อกระแสดนตรีเปลี่ยนความนิยมจากดนตรีร็อคไปสู่ความนิยมในดนตรีรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า ดิสโก (Disco) นั้น ก็มี ดิสโก คลับ (Disco Club) เปิดขึ้นมากมายทั่วทุกหนแห่ง ในนิวยอร์กก็มีคลับแห่งหนึ่งที่ถือเป็น ดิสโก คลับ ชั้นสูงเปิดขึ้นมีชื่อว่า สตูดิโอ 54 (Studio 54) เจ้าของคือ สตีฟ รูเบลล์ (Steve Rubell) ได้ขอให้ แอนดี วาร์ฮอล เป็นผู้วางคอนเซ็ปต์หรือแนวการตกแต่งของคลับแห่งนี้ให้จนกลายมาเป็นคลับที่มีแนวการตกแต่งแหวกแนวไปด้วยศิลปะป็อป อาร์ตในสไตล์ของแอนดีทั้งหมด

และด้วยชื่อเสียงของแอนดีด้วยเช่นกันที่ทําให้สตูดิโอ 54 แห่งนี้ กลายเป็นแหล่งรวมของคนดังที่มักไปพบปะสังสรรค์กันอย่างคับคั่งที่สุดแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก ซึ่งมีอยู่เป็นจํานวนมากเช่นกันที่ต้องการได้ไปกระทบไหล่แอนดี เพราะเขาคือแขกกิตติมศักดิ์ของคลับแห่งนี้ที่ในบางครั้งเขาก็จะย้ายปาร์ตี้ที่เคยจัดเป็นประจําไปที่สตูดิโอ 54 แห่งนี้ Continue reading บทสรุปชีวิตโลดโผนของ Andy Warhol เจ้าพ่อป็อปอาร์ตแห่งยุค

Andy Warhol กับการเดินทางของชีวิตผ่านศิลปะสไตล์ป็อปอาร์ตในแวดวงต่างๆ

Andy Warhol Art

ในปี ค.ศ. 1972 รัฐบาลของประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) ได้มีนโยบายเปิดสัมพันธ์กับรัฐบาลของ เหมา เจ๋อ ตง (Moa Tse Tung) ผู้นําแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นครั้งแรก ข่าวนี้นับว่าเป็นข่าวใหญ่แห่งทศวรรษเลยทีเดียว เนื่องจากความขัดแย้งในระบอบปกครอง ระหว่างทุนนิยมกับคอมมิวนิสต์ที่ทําให้สองประเทศนี้ตัดความสัมพันธ์กันในทุกด้านมาเป็นเวลานาน ซึ่งจีนก็ปิดประเทศไม่คบหาใคร ยกเว้นประเทศค่ายคอมมิวนิสต์ด้วยกัน การเปิดสัมพันธ์กันระหว่างทั้งสองครั้งนั้นจึงสร้างความน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง Continue reading Andy Warhol กับการเดินทางของชีวิตผ่านศิลปะสไตล์ป็อปอาร์ตในแวดวงต่างๆ

ศิลปะที่สะท้อนความรุนแรงตามทฤษฎีของ Sigmund Freud

ศิลปะที่สะท้อนความรุนแรงตามทฤษฎีของ Sigmund Freud

ในช่วงตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 60 เป็นต้นมา สังคมของคนหนุ่มสาวชาวตะวันตกนั้นตกอยู่กับกระแสความคลั่งไคล้ 2 อย่าง ก็คือดนตรีร็อคและยาเสพติด กระแสป็อปทั้งแฟชั่นและสื่อต่างๆจึงต่างพุ่งเป้าไปที่ตลาดของคนหนุ่มสาวกับกระแสความคลั่งไคล้ดนตรีร็อคนี้ ซึ่งก็ยิ่งทําให้จํานวนคนใช้ยา เสพติดก็เติบโตมากขึ้นตามกระแสนี้ด้วย กัญชาถือเป็นเรื่องปกติไปแล้วในสังคมคนหนุ่มสาวตะวันตกเวลานั้น กระทั่งต่อมาก็มียาเสพติดอีกชนิดหนึ่งเข้ามาเป็นที่แพร่หลาย คือ แอมเฟตามีน (Amphetamine) หรือ ยาขยัน ซึ่งมักนิยมกันในหมู่ของคนทํางานกลางคืน และนักดนตรีร็อคที่จะต้องเล่นดนตรีตามคลับตามบาร์ตอนกลางคืนมักนํายาประเภทนี้เข้ามาเสพเพื่อช่วยให้สามารถทํางานได้ข้ามวันข้ามคืน Continue reading ศิลปะที่สะท้อนความรุนแรงตามทฤษฎีของ Sigmund Freud

Andy Warhol กับการก้าวเข้าสู่วงการหนังใต้ดินและการแสดงศิลปะแบบมัลติมีเดีย

Andy Warhol

ในปี ค.ศ. 1963 แอนดี วาร์ฮอล ได้เริ่มหันมาสนใจงานใหม่บ้างก็คือการทําภาพยนตร์ เมื่อเขาได้พบกับ เจอราร์ด มาลังกา (Gerard Malanga) ช่างภาพที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงภาพยนตร์มานาน ทําให้เขาคิดจะเข้ามาสู่วงการนี้บ้าง จึงได้ชักชวนมาลังกาให้เข้ามาร่วมสร้างภาพยนตร์กับเขาที่แฟคตอรี ภาพยนตร์ที่แอนดีสร้างนั้นเป็นภาพยนตร์แนวศิลปะที่เน้นเรื่องอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเรื่องราวที่นับเป็นจุดเริ่มต้นแรกๆของภาพยนตร์แนวนี้ซึ่งรับอิทธิพลทางความคิดจากเขาอีกมากมายหลายเรื่อง และยังเป็นแรงจูงใจให้แก่นักสร้างหนังอิสระที่ไม่จําเป็นต้องคอยมองหาบริษัทใหญ่ที่ ผูกขาดวงการมาสนับสนุนให้ถือกําเนิดขึ้นมาอีกมากมาย Continue reading Andy Warhol กับการก้าวเข้าสู่วงการหนังใต้ดินและการแสดงศิลปะแบบมัลติมีเดีย

ศิลปะบนกระป๋องซุปตราแคมป์เบลล์ (Campbell) สัญลักษณ์ของป็อป คัลเจอร์

Campbell's Soup by Andy Warhol

ศิลปะ ป็อป อาร์ต เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีความตื่นตัวของกระแสวัฒนธรรมใหม่ซึ่งมากับความเจริญด้านเทคโนโลยี ธุรกิจบันเทิง และการโฆษณา รวมถึงการเติบโตของตลาดการ์ตูนด้วยเช่นกัน เพื่อสนองความต้องการของสังคมยุคใหม่ที่แวดล้อมด้วยสิ่งเหล่านี้ทุกวี่ทุกวัน จึงอาจ กล่าวได้ว่าศิลปะ ป๊อป อาร์ต ก็คือเครื่องบันทึกเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ เช่น เหตุการณ์ที่โด่งดังในช่วงเวลานั้น แฟชั่นที่กําลังได้รับความนิยม ดาราที่กําลังเป็นที่ชื่นชอบ หรือสินค้าที่กําลังได้รับความนิยมอยู่ในช่วงเวลานั้น จนดูคล้ายกับเป็นภาพโฆษณาที่ล้อความนิยมต่างๆไปตามยุคสมัย Continue reading ศิลปะบนกระป๋องซุปตราแคมป์เบลล์ (Campbell) สัญลักษณ์ของป็อป คัลเจอร์

จุดกำเนิดของ แอนดี วาร์ฮอล (Andy Warhol) ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในวงการ Pop Art

จุดกำเนิดของ แอนดี วาร์ฮอล (Andy Warhol) ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในวงการ Pop Art

ศิลปินนักวาดภาพซึ่งโด่งดังที่สุดในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 และได้รับการยอมรับว่าทรงอิทธิพลอย่างมาก จนถูกขนานนามว่า “กอดฟาเธอร์ ออฟ ป๊อป (Godfather of Pop)” หรือ เจ้าพ่อแห่งป็อป ที่ไม่ได้มีความหมายแต่เพียงอิทธิพลในแวดวงของศิลปะที่เรียกกันว่า “ป็อป อาร์ต (Pop Art)” เป็นความเคลื่อนไหวทางศิลปะที่เกิดจากการสื่อสารด้วยภาษาภาพ ซึ่งกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกโดยอาศัยความนิยมร่วมสมัยของช่วงเวลานั้นๆเป็นสื่อกลางเท่านั้น แต่หมายถึงอิทธิพลแห่งยุคสมัยที่วัฒนธรรมสมัยนิยมหรือ “ป็อป คัลเจอร์ (Pop Culture)” โดดเด่นที่สุด คือตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ไปจนกระทั่งถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ซึ่งถือเป็นช่วงที่กระแสวัฒนธรรมป็อป ที่มาจากคําว่า ป็อปปูลาร์ (Popular) หรือสิ่งที่อยู่ในความนิยมที่แพร่กระจายอยู่ในชีวิตประจําวันของทุกคนในสังคม ตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมาจนกระทั่งหลับตาลงในค่ำคืนนั้นก็ล้วนถูกกล่อมเกลาด้วย กระแสป็อปทั้งสิ้น Continue reading จุดกำเนิดของ แอนดี วาร์ฮอล (Andy Warhol) ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในวงการ Pop Art

โศกนาฏกรรมของ วินเซนต์ แวน โก๊ะ ศิลปินผู้มีชีวิตรันทดที่สุดในโลก

วินเซนต์ แวน โก๊ะ

ระหว่างที่ วินเซนต์ แวน โก๊ะ เข้ารับการรักษาอาการทางประสาทที่โรงพยาบาล แซงต์ ปอล นี้ เขาอยู่ในความดูแลของหมอ ธีโอไฟล์ เปย์รอง (Theophile Peyron) หมอเปย์รองวินิจฉัยอาการของวินเซนต์ พบว่าอาการทางประสาทของเขานั้นเกี่ยวเนื่องกับโรคลมบ้าหมู ซึ่งมักจะมีอาการเจ็บปวดเมื่อมันกําเริบขึ้นโดยจะเกิดภาพหลอนขึ้นด้วย ซึ่งนั่นก็คือสาเหตุที่ทําให้เขาคลุ้มคลั่งเมื่อมันกําเริบขึ้นมาครั้งใดก็ตาม ที่นี่วินเซนต์ได้รับการบําบัดด้วยการฉีดน้ำจนทั่วตัวแล้วนั่งแช่ในอ่างน้ำ Continue reading โศกนาฏกรรมของ วินเซนต์ แวน โก๊ะ ศิลปินผู้มีชีวิตรันทดที่สุดในโลก

เบื้องหลังแสนเศร้าของภาพวาดชื่อดัง The Starry Night

The Starry Night

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาในช่วงปลายเดือนธันวาคม ค.ศ. 1888 ในวันก่อนสิ้นปี เป็นคืนเดียวกันกับที่วินเซนต์ใช้มีดโกนเฉือนหูตัวเองจนขาด ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นข่าวลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับวันรุ่งขึ้นด้วย ในเนื้อข่าวเล่าว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งแจ้งความกับตํารวจให้ไปจับกุมศิลปินสติวิปลาสที่เฉือนหูตัวเองส่งไปให้เธอ จากปากคําของผู้พักอาศัยในละแวกนั้น เล่าให้ฟังว่าพวกเขาได้ยินเสียงอึกทึกขว้างปาสิ่งของ และเสียงร้องคล้ายคนบ้าคลั่งดังมาจากที่พักของวินเซนต์ในคืนเกิดเหตุ ซึ่งน่าจะเป็นคืนเดียวกับที่โกแกงเห็นวินเซนต์ถือมีดโกนไว้ในมือนั่นเอง โกแกงน่าจะเข้าใจผิดว่าวินเซนต์คิดทําร้ายเขา แต่อันที่จริงแล้ววินเซนต์กําลังคิดทําร้ายตัวเอง ยิ่งเมื่อโกแกงย้ายหนีไปในคืนนั้นด้วยก็ยิ่งเป็นการโหมกระพือไฟในอารมณ์ของวินเซนต์ให้คุกรุ่นมากขึ้นอีก จนทําให้เขาตัดสินใจลงมือโดยขาดความยั้งคิด และหลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นเองที่วินเซนต์เริ่มมีอาการป่วยทาง ประสาทที่เห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น Continue reading เบื้องหลังแสนเศร้าของภาพวาดชื่อดัง The Starry Night

ความบาดหมางระหว่าง วินเซนต์ แวน โก๊ะ และ ปอล โกแกง

The Painter of Sunflowers)

วินเซนต์ออกจากปารีสในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1888 มุ่งหน้าลงใต้โดยทางรถไฟ ตอนนั้นเขาอยู่ในวัย 35 ปีแล้ว โดยตั้งเป้าหมายเอาไว้ที่เมืองอาร์ลส (Arles) ตั้งอยู่ในเขตมณฑลโปรวองซ์ (Provence) โดยทิ้งภาพวาด กว่า 200 ภาพไว้ให้ธีโอดูแล ซึ่งเขาไม่สนใจแล้วว่าภาพเหล่านั้นจะขายได้หรือไม่ก็ตาม เมืองอาร์ลสเป็นเมืองที่มีความเจริญพอสมควร ลักษณะแบบกึ่งเมืองกึ่งชนบท เขาเลือกที่นี่เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ทะเล ซึ่งเขาชอบไปวาดภาพชายทะเลตั้งแต่ยังอยู่ในเฮกแล้ว และใฝ่ฝันว่าจะไปหาที่ปักหลักแถบชายทะเลอย่างถาวรสักแห่ง ซึ่งอาร์ลสก็มีความเจริญพอที่จะไม่ต้องอยู่อย่างอัตคัดนัก Continue reading ความบาดหมางระหว่าง วินเซนต์ แวน โก๊ะ และ ปอล โกแกง

ชีวิตยากจนข้นแค้นของ วินเซนต์ แวน โก๊ะ และจุดกำเนิด Post-Impressionism

Cafe du Tambourin

วินเซนต์ออกจากบ้านในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1885 โดยเดินทางไปที่ อานต์เวิร์ป (Antwerp) ทางตอนเหนือของเบลเยียม เช่าห้องพักเล็กๆห้องหนึ่งบนชั้นสองของร้านขายสี ที่นี่วินเซนต์ได้สมัครเข้าเรียนศิลปะที่สถาบันวิจิตรศิลป์ (Academy of Fine Arts) ของอานต์เวิร์ปต่อหลังจากไม่จบการศึกษาที่ไหนเลย แต่ก็ยังคงเรียนไม่จบอีกเช่นเคย ในช่วงที่อยู่อานต์เวิร์ปนี้ชีวิตของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย คือยังคงยากแค้นและอดมื้อกินมื้ออยู่เช่นเดิม บางวันเขามีเพียงขนมปังแห้งๆกับกาแฟชืดๆตกถึงท้องเท่านั้น Continue reading ชีวิตยากจนข้นแค้นของ วินเซนต์ แวน โก๊ะ และจุดกำเนิด Post-Impressionism