ส่วนผสมสุดอันตราย

ระวังส่วนผสมสุดอันตรายในสกินแคร์และเครื่องสำอาง

ระวังส่วนผสมสุดอันตรายในสกินแคร์และเครื่องสำอาง โดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละวันผู้หญิงจะใช้เคมีภัณฑ์ราว 200 ชนิดกับผิว สินค้าถนอมผิวในท้องตลาดร้อยละ 99 มีการผสมสารกันบูด ซึ่งอาจส่งผลต่อการสืบพันธุ์ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นอกจากนี้สารอีกหลายตัวยังอาจก่อมะเร็งและมีผลกับระบบประสาท แม้ฉลากสินค้าจะเขียนว่า “ต้านทานความชรา” ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นของธรรมชาติล้วนๆ ควรจัดกระเป๋าเครื่องสําอางเสียใหม่ให้เป็น ผลิตภัณฑ์ที่ทําจากธรรมชาติและปรับเปลี่ยนเส้นทางสู่ความงามโดยหลีกเลี่ยงสารพิษ

เลือกสวยด้วยผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค

เลือกสวยด้วยผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค

  • เครือข่ายความปลอดภัย เลือกสรรผลิตภัณฑ์ความงามที่ผลิตจากกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งจะต่อต้านส่วนประกอบที่มีสารก่อมะเร็ง หรือมีผลเสียต่อการทํางานของระบบสืบพันธุ์ ผลิตภัณฑ์จากเยอรมันดูจะยึดถือกฎเคร่งครัดมาก ปัจจุบันกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯยกเลิกการรับรองเครื่องสําอางสําเร็จรูปว่าเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์แล้ว เนื่องจากเกรงว่าจะทําให้มีการแอบอ้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานจริง

 

  • ตรวจสอบใบรับรอง แค่เห็นคําว่า “ธรรมชาติ” ก็อย่าเพิ่งแน่ใจว่าผลิตภัณฑ์นี้ปลอดภัยไร้สาร อันตรายจริงๆ หากไม่มีตรารับรองจากองค์กรรับรองผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ สินค้านั้นก็อาจมีวัตถุดิบจากธรรมชาติเพียงร้อยละ 1 ก็เป็นได้ วารสารกลุ่มผู้ผลิตเครื่องสําอางพบว่า พืชที่ไม่ได้ปลูกด้วยกรรมวิธีเกษตรอินทรีย์อาจปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี หรือแบคทีเรีย โดยต่อไปนี้เป็นรายชื่อผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ

• The Soil Association (อังกฤษ)
• BDTH (เยอรมัน)
• Demeter (international biodynamic accreditation)
Ecocert (ฝรั่งเศส)
• NASSA (ออสเตรเลีย)
• CAQ (ควีเบก)

 

  • เลิกใช้สินค้าตลาด รายงานวิจัยจากเดนมาร์กพบว่าผลิตภัณฑ์ความงามในท้องตลาดชนิดที่ใช้ แล้วไม่ต้องล้างออกร้อยละ 99 กับชนิดที่ต้องล้างออกร้อยละ 77 จะมีสารพาราเบน (parabens) ที่แทรกซึมเข้าไปสะสมยังเยื่อเต้านม รบกวนระบบฮอร์โมน ผลการสํารวจที่สวีเดนพบว่าผลิตภัณฑ์ความงามในท้องตลาดร้อยละ 80 มีพทาเลต (phthalates) ซึ่งเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ทางเดียวที่จะหลีกเลี่ยงได้คือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ความงามจากร้านเกษตรอินทรีย์ หรือเลือกยี่ห้อที่แน่ใจในคุณภาพ

 

  • อิทธิพลแห่งพระจันทร์ ผลิตภัณฑ์ถนอมผิวแบบเกษตรอินทรีย์ที่มีชื่อเสียงและคุณภาพสูง ส่วน ใหญ่จะทําการเกษตรตามแนววิถีชีวิต อาศัยการปลูกและเก็บเกี่ยวตามหลักจันทรคติ โดยสอดคล้องกับความเชื่อในหลักธรรมชาติ หลักจรรยาบรรณ ค่านิยมของท้องถิ่น และความอยู่ดีมีสุขของคนงาน ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลดีที่สุดตามแนวเกษตรองค์รวมที่มีจุดประสงค์คือการทําให้ดินอุดมสมบูรณ์ ปลูกฝังความเข้าใจให้กับคนรุ่นถัดไป อีกทั้งสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น สินค้าเหล่านี้เช่น Weleda, Dr. Hauschka, WALA bla: Primavera

 

  • กําจัดสารพิษ ควรกําจัดสิ่งของที่มีการระเหยได้ง่ายทิ้งไปก่อน เพราะมันจะปล่อยสารที่เป็น อันตรายเข้าสู่ระบบหายใจของเรา ลําดับต่อมาก็ทิ้งของที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เพราะพลาสติกผสมอาจปล่อยสารเคมีที่ไม่เสถียรออกมาปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ที่มีไขมัน ซึ่งอาจรบกวนการทํางานของระบบฮอร์โมนเพศและควรเอาแป้งฝุ่นโยนทิ้งไปด้วย เพราะมีรายงานถึงความสัมพันธ์ของผู้ที่ชอบใช้แป้งโรยอวัยวะเพศจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่

 

  • ล้างพิษ นานนับสิบปีมาแล้วที่เราเสี่ยงต่อการดูดซับสารพัดสารเคมีเข้าสู่ผิวกายในแต่ละวัน จากการสัมผัสสารเป็นบริเวณกว้างโดยไม่มีการล้างออก ทางที่ดีควรเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมความงามทั้งครีมบํารุงผิว ครีมทาตัว และครีมกันแดดที่เป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์เท่านั้น

 

  • พิษร้ายซ่อนเร้น ฉลากเครื่องสําอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามมักใช้ภาษาที่เข้าใจยาก โดยมีทั้งคําภาษาละตินและศัพท์วิชาการชีวเคมี แถมยังไม่ยอมใส่ส่วนประกอบทั้งหมด เช่น สารให้ความหอม (เป็นที่ซ่อนของสารเคมีต้องสงสัย) ก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้ หนทางที่จะลดความเสี่ยงก็คือ อย่าเชื่อคําโฆษณาอวดอ้าง เลือกซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองเท่านั้น

 

  • เลือกลิปสติก ยึดหลักว่าจะใช้เฉพาะลิปสติกที่เป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์เท่านั้น ทั้งนี้เพราะลิปสติกทั่วๆไปจะเต็มไปด้วยสารพัดสารกันเสียที่ป้องกันการติดเชื้อโรครอบปาก มีการประมาณกันว่าผู้หญิงหนึ่งคนใช้ลิปสติกตลอดชีวิตราว 2.5 กิโลกรัม ผิวของริมฝีปากนั้นบอบบางและแพ้ลอกง่ายกว่าผิวส่วนอื่นในร่างกาย จึงเสี่ยงต่อการดูดซับสารพิษด้วยเช่นกัน

ส่วนผสมสุดอันตราย

ส่วนผสมสุดอันตราย

สารบางตัวมีฤทธิ์ร้ายกาจมาก ดังนั้นพยายามหลีกเลี่ยงสารดังต่อไปนี้

• สารปิโตรเลียม ทําเป็นส่วนผสมหลักของเนื้อครีม ทําให้ผิวแห้งและเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
• โซเดียมลอริลซัลเฟต (SLS – Sodium Lauryl Sulphate) ทําหน้าที่เหมือนน้ำยาซักฟอกอย่างกระด้าง ระคายผิวและดวงตา ทําให้ผิวที่แห้งอยู่แล้วให้ยิ่งแย่ลงไปอีก
• น้ำหอม/สารแต่งกลิ่น มีสารสังเคราะห์เป็นส่วนผสมอยู่ในกลุ่มนี้นับร้อยตัว และเชื่อกันว่าเป็นต้นเหตุถึงหนึ่งในสามของผู้ที่แพ้เครื่องสําอาง ซึ่งบ่อยครั้งกลับไม่ระบุไว้ที่ฉลาก
• พทาเลตส์ (Phthalates) สารตัวนี้รบกวนระบบฮอร์โมน ควรทราบไว้ด้วยว่าผลจากการสํารวจของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ ตรวจพบว่ามีสารอันตรายนี้อยู่ในร่างกายของทุกคนที่ถูกตรวจสอบ
• ฟอร์มัลดีไฮด์ (formaldehyde) ทั้งระคายผิว และจัดเป็นสารก่อมะเร็ง
• พาราเบนส์ (parabens) สารยืดอายุผลิตภัณฑ์ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน จะพบในเครื่องสําอางตามท้องตลาดเกือบทุกยี่ห้อ สารนี้มีการตกค้างในร่างกาย
• สารที่ชื่อขึ้นต้นด้วย DEA, MEA, TEA นอกจากจะระคายเคืองหนังศีรษะและดวงตาแล้ว อาจทําปฏิกิริยากับสารปนเปื้อนอื่นหรือสารกันบูด กลายเป็นสารก่อมะเร็งได้
• 
PEG สารนี้จะระคายเคืองหนังศีรษะ