ปรับสมดุลด้วยโคบิโด

สารพัดสูตรหน้าเด้งและเคล็ดลับดวงตาสวยใสไร้ริ้วรอย

สารพัดสูตรหน้าเด้งและเคล็ดลับดวงตาสวยใสไร้ริ้วรอย คลิกเพื่ออ่านต่อ

สารพัดสูตรหน้าเด้ง

ปรับสมดุลด้วยโคบิโด

แม้ว่าการทําศัลยกรรมความงามและทรีตเมนต์จะกําลังเป็นที่นิยม แต่ผู้หญิงหลายคนก็ยังเลือกวิธีธรรมชาติที่ไม่ต้องผ่าตัด การบําบัดแบบองค์รวมเป็นการนวดผสมกับเทคนิคการฝังเข็ม ร่วมกับน้ำมันต้านอนุมูลอิสระและสารสกัดจากพืช ซึ่งช่วยสลายความเครียด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ระบายน้ำเหลือง ฟื้นฟูความสดใสอ่อนเยาว์ การบําบัดดังกล่าวให้ผลเร็ว ไม่มีแผลเป็น แตกต่างจากการฉีดโบท็อกซ์ รับรองว่าใบหน้าจะคงความสดชื่นและมีชีวิตชีวา

  • หน้าเด้งด้วยปลายนิ้ว การนวดบําบัดที่เรียกว่า รีจูแวเนซเซนเซอร์ (Rejuvanessencer) คิดค้นขึ้นโดย มาร์กาเร็ตตา โลห์แรน (Margareta Loughran) นักนวดบําบัดโฮลิสติกที่อดีตเคยเป็นพยาบาล โดยหวังว่าการบําบัดนี้จะทําให้หน้าตาดูมีชีวิตชีวา และสามารถแสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้น่ามองกว่าสีหน้าแบบแปลกใจหรือหน้าตึงเปรี๊ยะหลังการผ่าตัด ด้วยเทคนิคการนวดแบบกดค้าง และปล่อย นักบําบัดจะนวดเพื่อสลายความเครียดในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อใบหน้า เพิ่มความยืดหยุ่นและทําให้ริ้วรอยบนใบหน้าเลือนลง แม้การบําบัดเพียงหนึ่งครั้งก็ทําให้เห็นผลชัดเจนแล้ว แต่ขอแนะนําให้เข้ารับการบําบัดจนครบคอร์สคือหกครั้ง ครั้งละหนึ่งชั่วโมง

 

  • ฝังเข็มลดรอย มีคนดังหลายคนที่ยอมรับการฝังเข็มเสริมความงาม ซึ่งใช้เข็มเล่มบางเฉียบเท่ากับเส้นผมแทงตามจุด ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งแทนการฉีดโบท็อกซ์ ทําให้รอยย่นตื่นขึ้น รอยยับลดลง ถุงใต้ตาไม่หย่อนคล้อย กล้ามเนื้อใบหน้ากระชับขึ้น และเพิ่มการสร้างคอลลาเจน การฝังเข็มใช้หลักการปรับสมดุลในแต่ละบุคคล ให้พลังชี่ไหลเวียนได้ดีไม่ติดขัด กระตุ้นให้ร่างกายซ่อมตัวเอง ควรฝังเข็มต่อเนื่อง 12-24 สัปดาห์ เพื่อให้เกิดผลเต็มที่ และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องเดือนละครั้ง แล้วใบหน้าจะดูดีไปอีกนานนับปี

 

  • เรกิบําบัดหน้าและมือ เรกิเป็นอีกหนึ่งศาสตร์แห่งการบําบัดตนเองที่ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ใช้เวลา สิบห้านาที สอนกันในเวิร์กช็อปวันเดียวจบ เรกิไม่เพียงแต่จะฟื้นคืนความสดชื่นให้ผิวหน้า ทําให้ริ้วรอยแห่งวัยจางลง แต่ยังทําให้ผิวหนังที่มือแลดูไม่เหี่ยวย่นมากนัก คอร์สเรกิจะสอนการเพ่งพลังเพื่อให้พลังธรรมชาติไหลเวียนดี

 

  • ปรับสมดุลด้วยโคบิโด การนวดใบหน้าแบบญี่ปุ่นหรือโคบิโด (Ko bi do) ไม่เพียงแค่บําบัดผิว แต่มีจุดหมายเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ด้วยพลังชีวิตที่เรียกว่า คิ (ki) โดยจะใช้วิธีทําความสะอาดและบํารุงผิวตามปกติ แต่จะมีศาสตร์ของการใช้ปลายนิ้วกดนวดตําแหน่งจุดพลังที่เรียกว่า ทสึโบส (tsubos) บนใบหน้า เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของพลัง ปรับสมดุลอวัยวะภายในและระบบต่างๆ ภายในร่างกาย รวมถึงระบบประสาทด้วย

 

  • องุ่นบําบัด เจ้าแรกที่ริเริ่มศาสตร์แห่งการเสริมความงามจากองุ่นตามแบบฝรั่งเศสคือ Caudalie ที่ได้นําเอาองุ่นมาใช้ในการบําบัดผิว ตั้งอยู่ที่เมือง Sordeaux ในถิ่นไวน์อันเลื่องชื่อ และยังกระจายไปในหลายประเทศ วิธีนี้จะทําให้ได้รับประโยชน์จากองุ่นที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเข้มข้น ช่วยในเรื่องชะลอวัยโดยผ่านการบําบัดแบบต่างๆ เช่น อาบแช่ไวน์แดงในถังไม้ พันผ้าชุบไวน์และน้ำผึ้ง สครับหรือนวดด้วยองุ่นพันธุ์คาเบอร์เน็ทหรือซาวิยองบําบัดอายุรเวท การบําบัดเพื่อความงามตามหลักอายุรเวท สําหรับผิวแบบวาตะซึ่งบางและแห้งนั้น จะใช้น้ำมันบํารุงอุ่นๆกับลูกประคบสมุนไพร ประคบนวดตรงตําแหน่งจุดเชื่อมต่อพลังซึ่งอยู่ทั่วร่างกายที่เรียกว่ามาร์มา (marma) เป็นการดันทะลวงพลังงานที่ติดขัดให้ไหลเวียนสะดวก ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังได้ฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณภายในอีกด้วย

 

  • เด้งได้ดังใจ ผลิตภัณฑ์เพื่อหน้าใสเปล่งปลั่งของ Elemis ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวได้ถึงร้อยละ 28 และเพิ่มความชุ่มชื่นได้ถึงร้อยละ 38 ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาที ส่วนการนวดแบบไทยผสมกับนวดทุยหน่าด้วยน้ำมันมะรุมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าน้ำมันที่ใช้ในวงการเครื่องสําอางอื่นๆถึง 1700% ก็ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง เก็บใต้คางให้เข้ารูป และยังมีการพอกหน้าสูตรแร่ธาตุ วิตามินและพฤกษเคมีที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว จึงทําให้ผิวมีน้ำมีนวลอย่างเห็นผล

สูตรด่วนตาใส

สูตรด่วนตาใส

เมื่อเข้าสู่วัย 30 ไปแล้ว ผิวบอบบางรอบดวงตาจะค่อยๆหมองคล้ำ หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง เกิดรอยย่นได้ง่ายขึ้น การขมวดคิ้ว หรี่ตา ขยี้ตา หรือการอดนอน ล้วนทําให้หน้าดูแก่ลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่ต้องมีการจับจ้องจากคนอื่นมากที่สุด การใส่ใจดูแลส่วนนี้เป็นพิเศษย่อมช่วยให้ดูอ่อนวัย

  • อายครีมสูตรอินทรีย์ เจลทาตา Jurlique ให้ความรู้สึกเย็นสบาย กระชับผิวรอบดวงตาและลด รอยคล้ำใต้ตาได้เป็นที่น่าพอใจในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ด้วยส่วนประกอบของสารสกัดต้านอนุมูลอิสระจากชาเขียว ขมิ้น เมล็ดองุ่น และอาร์นิกา กระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียน บวกกับสมุนไพรอายไบรต์ช่วยลดการอักเสบ ส่วนอายครีมสูตรเข้มข้นของ Welada ผลิตจากน้ำมันซึ่งอุดมด้วยวิตามินและครีมบํารุงที่มีกรดไขมันจําเป็น เสริมฤทธิ์ด้วยสารสกัดจากพืช ลดอาการตาบวม นอกจากนี้ยังมีเจลกระชับดวงตาของ The Organic Pharmacy ที่มีส่วนผสมของโรสฮิปและบิลเบอร์รี ช่วยจัดการกับรอยคล้ำใต้ตาจากการนอนดึกหรือเดินทางระยะไกลอย่างได้ผลด้วย

 

  • เจลใสเพื่อตาสวย ป้ายเจลสูตรธรรมชาติรอบดวงตาในช่วงใดของวันก็ได้ หากรู้สึกว่าดวงตา อิดโรยหรืออดนอน

 

  • ปกปิดรอยคล้ำใต้ตา เลือกใช้คอนซีลเลอร์ชนิดสะท้อนแสงปกป้องรอยคล้ำใต้ตา โดยแต้มลงบนตําแหน่งที่หัวตาจรดกับจมูก เกลี่ยให้กลืนกับผิว จากนั้นใช้แปรงปัดไฮไลต์ชนิดสะท้อนแสง แต้มลงบนบริเวณโหนกคิ้วด้านหางตาและเหนือโหนกแก้ม แต่ก่อนจะเริ่มขั้นตอนลงเมกอัพ แนะนําให้ทาอายครีมด้วย

 

  • โจโจบาออยล์ลดเลือนริ้วรอย ต่อมน้ำมันที่พอจะมีอยู่บริเวณผิวบอบบางรอบดวงตานั้นมักจะแห้งลง เมื่ออายุมากขึ้นจึงควรบํารุงด้วยน้ำมันสูตรเครื่องสําอางที่อ่อนโยน ดูดซึมได้ง่าย และไม่มีน้ำหอมที่ทําให้เกิดการระคายเคือง ลองใช้น้ำมันโจโจบาหรือสวีตอัลมอนด์ทาในปริมาณเล็กน้อย น้ำมันเหล่านี้บางเบา แต่ก็บํารุงผิวแห้งได้เป็นอย่างดี

 

  • ลูบไล้อย่างเบามือ เมื่อใช้ครีมหรือซีรั่มรอบดวงตา ให้ทาเพียงเล็กน้อย โดยใช้ปลายนิ้วนางลูบไล้อย่างแผ่วเบา ส่วนนิ้วชี้จะออกแรงกดหนักเกินไปซึ่งอาจทําร้ายผิวส่วนนี้ได้

 

  • เพิ่มสีให้เหมาะ หากสีคิ้วและขนตาเริ่มจางลงตามวัย ควรพิจารณาเรื่องการแต่งหน้าดูอีกสักครั้งว่าควรปรับความเข้มของมาสคาร่าลงสักหน่อย หรือไปทําสีขนตากับช่างมืออาชีพ การดัดขนตาก็ช่วยทําให้ตาดูโตขึ้น อย่าใช้อายไลเนอร์หรือดินสอเขียนขอบตา เพราะอาจไปขีดข่วนผิวที่ร่วงโรยจนเป็นริ้วรอย

 

  • ลดรอยยับ เพื่อไม่ให้เมกอัพจับตัวกันตามร่องผิว ให้ทาอายซีรั่มที่เปลือกตา ทิ้งให้แห้งประมาณ 4-5 นาที แล้วค่อยลงรองพื้นโดยเกลี่ยให้บางเบาที่สุด จากนั้นตามด้วยแป้งฝุ่นเพียงเล็กน้อย แล้วจึงตบท้ายด้วยอายแชโดว์บางๆ

 

  • นอนหัวสูง หากต้องการเตรียมดวงตาให้สวยรับงานใหญ่ในวันรุ่งขึ้น ควรนอนหนุนหมอนซ้อนกันหลายใบเพื่อยกศีรษะให้สูงขึ้น และประคบแผ่นให้ความเย็นบริเวณรอบดวงตาด้วย

 

  • ปกป้องแสงยูวี รังสียูวีก่อให้เกิดปัญหากับดวงตารวมไปถึงโรคต้อกระจก จึงควรเลือกใช้แว่นกันแดดที่รับรองแล้วว่ากรองยูวีได้เต็มที่และต้องใส่ทุกครั้งเมื่ออยู่กลางแจ้ง เลนส์โพลารอยด์ดีที่สุดสําหรับลดแสงสะท้อน ถ้าต้องการปกป้องแบบเหนือชั้น ให้เลือกแว่นแบบกรอบใหญ่แนบติดใบหน้าซึ่งจะดูล้ำสมัยคล้ายแว่นนักแข่งรถ

 

  • บําบัดแบบธรรมชาติ นักบําบัดแนวธรรมชาติ (naturopathic) อธิบายว่าถุงใต้ตาอาจเป็นผลจากน้ำคั่ง ซึ่งแสดงว่าตับและไตทํางานบกพร่อง ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการหยุดแอลกอฮอล์ และอาหารแปรรูปสักสองสัปดาห์ เพิ่มการกินผัก ดื่มน้ำ และออกกําลังเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต รวมทั้งทําใจให้สบายไม่เครียด

 

  • ประคบเย็น กระชับผิวใต้ตาและลดการอักเสบโดยนําถุงชาคาโมไมล์ ชาเขียว หรือชาจีนที่แช่จนเย็น หรือใช้แตงกวาผ่านแปะไว้ใต้ตาก็ได้ แล้วนอนพักตามสบายสัก 10-15 นาที

 

  • กินถนอมดวงตา ควรเลือกกินอาหารที่ให้วิตามินซี เช่น สตรอว์เบอร์รี ส้ม มะม่วง และที่มีแคโรทีนอยด์สูง เช่น ส้ม ผักและผลไม้สีเขียวเข้ม มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันรายงานว่า อาหารดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจกในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป และอย่าลืมอาหารที่ให้วิตามินอี แคลเซียม และสังกะสีด้วย เพราะมีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่สรุปว่า สารอาหารข้างต้นสามารถลดการเกิดจอประสาทตาเสื่อมในวัยชรา ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทําให้คนอายุ 55 ปี สูญเสียการมองเห็น