ตํานานมาร์ส หรือเทพแอรีส (Ares) เทพเจ้าแห่งสงคราม

ตํานานมาร์ส หรือเทพแอรีส (Ares) เทพเจ้าแห่งสงคราม

ดาวอังคาร โคจรห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลําดับที่ 4 และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ราว 227.9 ล้านกิโลเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6,794 กิโลเมตร โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 687 วัน หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 24.37 ชั่วโมง มวลของดาวอังคารคือหินและโลหะ บรรยากาศประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนใหญ่

ดาวอังคารเป็นดาวที่อยู่ใกล้โลก แต่มีบรรยากาศห่อหุ้มเบาบางมาก ถ้าพื้นผิวดาวศุกร์เหมือนโลกเสียสมดุล บรรยากาศปั่นป่วนเกรี้ยวกราด ดาวอังคารก็คือโลกที่ตายแล้วเพราะผิวของมันนิ่งสนิท บรรยากาศที่เต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ทําให้เกิดภาวะเรือนกระจกและความร้อนสูงกว่าที่ควรจะเป็น 5 องศา อุณหภูมิเฉลี่ยของดาวอยู่ที่ 55 องศา หนาวเย็นกว่าโลก เพราะดาวดวงนี้อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ ได้รับพลังงานเพียง 40%

ตํานานมาร์ส หรือเทพแอรีส (Ares) เทพเจ้าแห่งสงคราม

พื้นผิวของดาวเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาทุกรูปแบบ ทั้งการเลื่อนตัวของทวีป การชนของอุกกาบาต ภูเขาไฟ ฯลฯ นักวิทยาศาสตร์ สันนิษฐานว่ามันคงเคยมีลักษณะคล้ายโลกเมื่อสามพันล้านปีมาแล้ว แต่เมื่อแกนภายในของดาวอังคารเย็นลงจึงไม่มีสนามแม่เหล็กที่ปกป้องบรรยากาศของดาวจากลมสุริยะ บรรยากาศของดาวจึงหลุดลอยไป พลังงานจากดวงอาทิตย์ทําให้อะตอมของน้ำส่วนหนึ่งแตกตัวหายไป และอีกส่วนซึมลึกลงใต้ผิวดาวกลายเป็นน้ำแข็งดังเช่นทุกวันนี้

ดาวอังคารได้รับชื่อนี้เพราะเมื่อมองจากโลกมันเป็นดาวสีแดง เนื่องจากสีของพื้นผิวคือฝุ่นที่ประกอบด้วยสนิมเหล็ก ชาวโรมันจึงนึกถึงเลือดและสงครามอันเป็นคุณลักษณะของเทพมาร์ส ภายหลังเมื่อมีการค้นพบดวงจันทร์สองดวง (ที่ค่อนข้างบูดๆเบี้ยวๆ) จึงนําเอาชื่อโฟบอส-Phobus และไดมอส-Deimos บริวารที่ติดสอยห้อยตามมาร์สไปทุกที่มาใช้เป็นชื่อดวงจันทร์ของดาวนี้

ตํานานมาร์ส หรือเทพแอรีส (Ares) เทพเจ้าแห่งสงคราม

ตํานานมาร์ส หรือเทพแอรีส (Ares) เทพเจ้าแห่งสงคราม

ชื่อกรีก : เทพแอรีส Ares
ชื่อโรมัน : เทพมาร์ส Mars

มาร์สเป็นโอรสของซูสและเฮราเป็นเทพแห่งสงครามของกรีกและเป็นชู้รักคนสําคัญของวีนัส เทพองค์นี้มีนิสัยโหดเหี้ยมมุทะลุ สนใจแต่เรื่องการต่อสู้ สงคราม แต่ไม่ค่อยคิดอะไรให้รอบคอบ จนแม้ซูสเองยังออกปากว่าท่านชังลูกคนนี้มากที่สุดเพราะความโง่ ประวัติหรือตํานานของมาร์สไม่ค่อยมีอยู่ในตํานานกรีกมากนักยกเว้นเมื่อมาถึงมือชาวโรมันนั่นแหละจึงมีการพูดถึงเรื่องของเทพองค์นี้มากขึ้น ทั้งนี้ด้วยเหตุผลง่ายๆคือชาวกรีกไม่ชอบรบทัพจับศึก เทพที่มีความสําคัญกับพวกเขาจึงเป็นเทพแห่งปัญญา แต่ชาวโรมันชอบรบและกระหายสงคราม เทพมาร์สจึงมีความสําคัญต่อชาวโรมันมาก และได้เปลี่ยนชื่อจากกรีก แอรีส-Ares เป็นแบบโรมัน คือ มาร์ส-Mars

ว่ากันว่ามาร์สชอบเมืองเธรส เป็นเมืองที่เขาอยู่อาศัยมากกว่าที่อื่น เพราะเมืองนี้เป็นแหล่งเพาะ พันธุ์ม้าดีๆและเพราะผู้คนที่ชอบทําสงคราม แต่ทั้งๆที่เป็นเทพแห่งสงคราม แต่มาร์สกลับรบไม่ค่อย ชนะสักเท่าไหน่ รบที่ไหนกลับแพ้ที่นั่นซะมากกว่า ถ้าจะวิเคราะห์กันให้ลึกลงไปก็อีกก็ต้องบอกว่ามาร์สนั้นขาดการตัดสินใจที่ดีจึงมักตกเป็นทาสนิสัยความโหดเหี้ยมของตัวเองอยู่เป็นประจํา เอะอะก็รบ เอะอะก็ฟัน ทําให้แพ้เรื่อยไป เช่นครั้งที่ทรอย ไดโอมีดิส-Diomedes (ที่มีอธีน่าช่วยเหลือ) ได้แทงมาร์สเข้าให้แผลหนึ่ง เป็นแผลที่ทําให้เขาต้องหนีกลับโอลิมปัสทันทีเพื่อให้ซูสช่วยรักษาอีกหนหนึ่ง เมื่อเฮอร์คิวลิสสู้กับซิกนัส Cycnus ลูกชายคนหนึ่งของเขา มาร์สไม่ยอมรับลิขิตกรรมที่ว่าลูกชายของตัวจะต้องโดนวีรบุรุษฆ่า ก็กระโจนลงร่วมพันตูในการต่อสู้นั้น ผลก็คือถูกเฮอร์คิวลิสทําร้ายที่ต้นขา ต้องหนีไปอีก

นอกเหนือจากพฤติกรรมที่เป็นชู้วีนัสแล้ว มาร์สก็หลงรักผู้หญิงมากมายหลายคน น่าเสียดายอย่างเดียวว่าลูกๆของเขาไม่มีดีสักเท่าไร ส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็นโจรก็มักเป็นผู้ที่หาความทุกข์มาให้มนุษย์

มาร์สมักไปไหนมาไหนในรถศึกเทียมม้าเต็มอัตรา แสงจากเกราะและอาวุธสะท้อนสาดใส่ตาคน ผู้ที่ติดสอยห้อยตามเขาไปทั้งในทุ่งสงครามและที่อื่นๆก็คือเทพชั้นรองสองคน คือไดมอส ความสยองขวัญ และโฟบอส ความกลัว (ส่วนใหญ่กล่าวกันว่าสองคนนี้เป็นลูกชายของเขากับเจ้าแม่วีนัสนั่นเอง บางแห่งว่ามีสี่คนรวมทั้งเอนโย-Enyo เทพีแห่งสงคราม และเอรีส-Eris เทพีแห่งความบาดหมางด้วย) เมื่อมีการพบดวงจันทร์ของดาวอังคาร นักดาราศาสตร์ก็เลยนําชื่อโฟบอสและไดมอสมาใช้เป็นชื่อผู้ติดสอยห้อยตามเขาเป็นนิจนั่นเอง

อาวุธประจำกายของมาร์ส

Ares

มาร์สมีอาวุธวิเศษประจําตัวเช่นเดียวกับซูสมีสายฟ้า โพไซดอนมีสามง่าม และโครนัสมีเคียว อาวุธวิเศษของมาร์สคือหอก หอกเล่มหนึ่งที่เรียกกันว่า หอกของมาร์ส ถูกเก็บรักษาอยู่ในซาคราริอุม ที่อยู่เดิมของราชาแห่งโรมที่รีเกีย กล่าวกันว่าหอกเล่มนี้จะเกิดอาการสั่นสะท้านหากกําลังจะมีภัยเกิดขึ้นแก่บ้านเมือง เช่นเมื่อคราวที่เกิดการลอบสังหารจูเลียสซีซาร์ หอกเล่มนี้ก็สั่นไหวเป็นที่อัศจรรย์

เมื่อใดก็ตามที่มีการอัญเชิญเทพมาร์สให้เกี่ยวข้องกับสันติภาพ จะมีการแขวนพวกหรีดดอกลอเรลไว้กับหอกของเขาเพื่อขอให้สงบเงียบสักหน่อยนั่นเอง

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet