ตำนานพลูโต หรือเทพเฮดีส (Hades) ผู้ครองโลกใต้พิภพ ตอนที่ 1

ตำนานพลูโต หรือเทพเฮดีส (Hades) ผู้ครองโลกใต้พิภพ ตอนที่ 1

ดาวพลูโตโคจรห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลําดับที่ 9 และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 5,914 ล้านกิโลเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2,390 กิโลเมตร โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 248.6 ปี ใช้เวลาหมุนรอบตัวเอง 6.4 วัน (หมุนรอบตัวเองในทิศทางตรงข้ามกับดาวอื่น) พื้นผิวของดาวพลูโตประกอบด้วยไนโตรเจนแข็งและมีเทน แข็งเป็นส่วนใหญ่ และภายในน่าจะมีโครงสร้างที่เป็นหินราว 70% และเป็นน้ำแข็งราว 30%

ดาวพลูโตเป็นดาวเล็กที่สุดที่เคยอยู่ในระบบสุริยะ เล็กกว่าดวงจันทร์ของโลกเราด้วยซ้ำ และยังอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดจนแสงอาทิตย์ต้องใช้เวลาเดินทางถึง 5 ชั่วโมง 25 นาทีกว่าจะไปถึงดาว ดาวพลูโตยังมีวงโคจรค่อนข้างประหลาดคือไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกับดาวอื่นๆในระบบ แต่เหวี่ยงขึ้นข้างบนข้างล่างเป็นวงรี

ตำนานพลูโต หรือเทพเฮดีส (Hades) ผู้ครองโลกใต้พิภพ ตอนที่ 1

ดาวพลูโต ถูกค้นพบเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1930 โดย ไคลน์ ทอมโบ ซึ่งเป็นนักดาราศาสตร์สมัครเล่น เป็นคนที่หอดูดาวโลเวลล์จ้างไว้คอยส่องหาดาวดวงนี้ โดยเฉพาะเนื่องจากเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 นักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่มีความเชื่อกันว่าระบบสุริยะยังมีดาวบริวารที่ค้นไม่พบอีกดวง ซึ่งส่งผลให้ดาวยูเรนัสเคลื่อนที่ผิดไปจากการคํานวณ (ปัจจุบันรู้แล้วว่าคํานวณผิด) และในเมื่อดาวเนปจูนไม่มีมวลพอที่จะทําเช่นนั้น จึงต้องมีดาวดวงที่เก้าของระบบซ่อนตัวอยู่ นักดาราศาสตร์ทั้งหลายก็พากันค้นหาดาวดวงนี้กันยกใหญ่ รวมทั้ง เพอร์ซิวาล โลเวลล์ ผู้ชื่นชอบเรื่องดาราศาสตร์ และเคยเป็นผู้เสนอเรื่องดาวอังคารมีคลองมาแล้วด้วย (นี่ก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดทางภาษาจนพาให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตอีกด้วย) แต่การค้นหาทําได้ยากมากจนเขาถึงแก่กรรมไปก่อนเมื่อปี ค.ศ.1916 กระนั้นงานค้นหาก็ยังดําเนินต่อไปจนกระทั่งพบในที่สุด

ดาวพลูโตได้ชื่อนี้เพราะเป็นดาวที่ไกลจากดวงอาทิตย์มากจนมีสภาพหนาวเย็น และมืดคล้ายเมืองบาดาลจากตํานานกรีก (แถมอักษรย่อตัวหน้าของพลูโตในภาษาอังกฤษ คือ พี แอล P และ L เหมือนอักษรย่อของ เพอร์ซิวาล โลเวลล์) มีดวงจันทร์ของดาว 5 ดวง ดวงใหญ่ที่สุดชื่อ แครอน-Charon อันเป็นชื่อของบริวารถ่อเรือรับวิญญาณของเทพพลูโต

ดวงจันทร์อื่นอีก 4 ดวงซึ่งเป็นดวงเล็กๆ คือ สติกซ์-Styx, เคอร์เบอรอส-Kerberos, ไฮดรา-Hydra และนิกซ์-Nix (หรือ Nyx) ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับความมืดดําแทบทั้งสิ้น

ตํานานพลูโต

ตำนานพลูโต หรือเทพเฮดีส (Hades) ผู้ครองโลกใต้พิภพ

ตำนานพลูโต หรือเทพเฮดีส (Hades) ผู้ครองโลกใต้พิภพ

ชื่อกรีก : เทพเฮดีส Hades และพลูโต PIuto
ชื่อโรมัน : เทพพลูโต PIuto (ชื่อนี้เป็นชื่อกรีกอีกชื่อที่โรมันรับไปแล้วไม่เปลี่ยนแปลง แต่นิยมเรียกมากกว่าชื่อแรก)

มาถึงเรื่องของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่คนสําคัญคนหนึ่งซึ่งก็คือเทพเฮดีสนี่เอง เทพองค์นี้เป็นหนึ่งในสามของผู้ที่แบ่งภาคพื้นพิภพระหว่างซูส โพไซดอน และเฮดีส และก็เขานี่ล่ะที่ได้ครองบาดาล ซึ่งชื่อของเฮดีสนั้นหมายถึงเทพแห่งความมั่งคั่ง เนื่องจากใต้บาดาลนั้นย่อมอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ยังซ่อนอยู่ แต่ก็มีบางตํานานอีกเหมือนกันแหละว่า เฮดีส แปลว่า “มองไม่เห็น” ก็สมกับความเป็นเฮดีสอีกเหมือนกัน ในเมื่อโลกบาดาลนั้นไม่มีใครสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่านั่นเอง

เฮดีสจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรไม่ค่อยปรากฎเท่าไหร่ แต่ก็คิดกันว่าคงไม่ค่อยน่าดูนัก หรืออีกทีอาจเป็นเพราะท่านมาจากโลกคนตายก็เลยไม่ค่อยมีใครอยากเห็นก็ได้เช่นกัน อาจจะด้วยเหตุนี้ ท่านจึงใช้หมวกเหล็กวิเศษที่ได้มาจากไซคลอปส์สวมเป็นประจํา ทําให้ล่องหนหายตัวได้ เวลาขึ้นไปประชุมสภาเทพที่นึงก็หายตัวขึ้นไปเลยหมดเรื่อง ไม่ต้องคอยมานั่งดูหน้าใครว่าจะชอบใจหรือไม่ชอบใจ ทั้งๆที่คนมักเข้าใจไขว้เขวไปว่าท่านเป็นเทพแห่งความตาย ซึ่งอันที่จริงแล้วเฮดีสเป็นเทพ ครองยมโลกและคนตายเท่านั้น เทพที่ครองความตายในตํานานกรีกโรมันมีอีกองค์หนึ่งชื่อว่า ธานาทอส-Thanatos เป็นผู้ช่วยของเทพเฮดีสเช่นเดียวกับ ฮิปนอส-Hypnos เทพแห่งนิทรา พี่น้องของเทพชั้นรององค์หลังนี้

อันที่จริงเรื่องราวของเทพเฮดีสก็มีอยู่แค่นี้แหละ นับว่าสั้นมากทีเดียว สิ่งที่น่าพูดถึงคือถิ่นที่อยู่ของพระองค์ต่างหาก

ปรโลก

Tartarus

อาณาเขตอันเรียกว่าอยู่ภายใต้การปกครองของเทพองค์นี้ว่าไว้ในตํานานว่าเป็นอาณาเขตในเงามืดที่ซึ่งวิญญาณท่องเที่ยวไปอย่างไร้จุดหมาย แบ่งออกเป็นสี่ส่วน คือ ทาร์ทารัส (ที่ผู้คนต่างคิดว่าเป็นนรกแท้จริง) เป็นภาคพื้นที่มืดมิดที่สุดในสี่ส่วนนี้ เป็นที่ที่มนุษย์กระทําผิดระหว่างมีชีวิตอยู่จะถูกส่งไปอยู่ชั่วนิรันดร์ เป็นการลงโทษชนิดไม่มีวันสิ้นสุด น่ากลัวเอามากๆเลยทีเดียว

ตรงข้ามกับทาร์ทารัสคือสวรรค์ซึ่งก็อยู่ใต้โลกนั่นแหละ จะบอกว่าเป็นสวรรค์ ใต้พิภพ หรือจะอธิบายให้ถูกก็คือสวรรค์ของมนุษย์ก็ได้ สวรรค์ใต้พิภพนี้เรียกว่า อีลีเซี่ยม-Elysium หรือบางทีก็เรียกว่าทุ่งอีไลเซี่ยน ที่นี่มีผู้ปกครองคือโครนัส ผู้ถูกโค่นลงมาจากสวรรค์เบื้องบน สวรรค์ของคนในส่วนนี้เป็นที่ที่เต็มไปด้วยความสุขสงบนิรันดร์ มีดนตรีบรรเลงคลออยู่ในบรรยากาศไม่สิ้นสุด คนที่จะมาอยู่ยังทุ่งนี้ได้ต้องเป็นคนที่เมื่อมีชีวิตอยู่ซื่อสัตย์และกระทําคุณงามความดีตลอดมา อีกทั้งเมื่ออยู่จเบื่อชีวิตหลังความตายที่นี่แล้วยังมีความหวังจะกลับไปเกิดใหม่ได้อีก

ส่วนที่สามของปรโลกมีชื่อว่า ทุ่งแอสโฟเดล-Asphodel Meadow เรียกตามชื่อดอกแอสโฟเดล ดอกไม้สีซีดที่ปกคลุมพื้นที่ทั่วไป เป็นที่ที่หมองมัวซึ่งวิญญาณได้รับโทษเบาไปพักอยู่ และสุดท้ายส่วนที่สี่ คือ เอรีบัส-Erebus เป็นที่ที่วังของเฮดีสตั้งตระหง่าน แต่ในบางตํานานกล่าวว่าเป็นที่แรกที่วิญญาณเมื่อไปถึงจะต้องผ่านก่อนจะไปยังนรกอื่นๆ

ปรโลกยังเป็นที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ 5 สาย ตามสัญลักษณ์ความตายคือ อาเครอน-Acheron เป็นแม่น้ำที่ชื่อมีความหมายว่าเจ็บปวด, โคไซทัส-Cocytus แม่น้ำแห่งเสียงครวญคราง, สติกซ์-Styx แม่น้ำแห่งคําสาบาน, ฟเลเกธอน-Phlegethon แม่น้ำแห่งไฟ และลิธี-Lethe แม่น้ำแห่งความลืมเลือน

สติกซ์ แม่น้ำในยมโลก

สติกซ์ แม่น้ำในยมโลก

สติกซ์เป็นลูกสาวของไทแทน-โอซีอานัส และนางธีทิสเป็นเทวีแห่งแม่น้ำสติกซ์ได้ร่วมต่อสู้ชิงบัลลังก์จากโครนัสและเข้าข้างชาวโอลิมเปียน ด้วยเหตุนี้ซูสจึงให้เกียรติเธอเป็นพิเศษให้เป็นผู้รับคําสัตย์สาบานที่เทพออกปาก เมื่อไรก็ตามที่เทพองค์ใดอยากผูกพันตัวเองด้วยพันธะสัญญา เทพีไอริส-Iris จะเหาะดิ่งลงไปใต้โลก นําน้ำจากแม่น้ำสติกซ์ขึ้นมาเป็นพยานการตั้งสัตย์สาบานนั้น ถ้าเทพองค์ใดทวนสาบาน ผลก็คือเขาจะอ้าปากไม่ออกตลอดปีนั้น และอีกเก้าปีต่อมาก็จะไม่ได้เข้าร่วมประชุมสภาเทพ

เซอร์เบอรัส

เซอร์เบอรัส

นอกเหนือจากภูมิประเทศที่เล่ามาทั้งหมดแล้ว ในปรโลกยังมีสรรพสิ่งน่าเกลียดน่ากลัวอีกหลายอย่าง แต่ที่เห็นจะลือชื่อที่สุดจนคนสร้างภาพยนตร์ปัจจุบันมักเอามาใช้ก็นี่เลย เซอร์เบอรัส-Cerberus เซอร์เบอรัสเป็นสุนัขเฝ้าประตูนรก รูปร่างหน้าตาน่ากลัวเพราะมีสามหัว (ซึ่งอาจมีความหมายว่า อดีต ปัจจุบัน และอนาคต หรือไม่ก็หมายถึง วัยต้น วัยกลาง วัยปลาย) มีหางเป็นหางงูสามหาง ขนแข็งๆของมันก็เป็นงูชูหัวยั้วเยี้ย เซอร์เบอรัส เป็นลูกของอีคิดน่า Echidna ลูกครึ่งครึ่งคนครึ่งงูกับไทฟอน-Typhon ยักษ์ที่หายใจเป็นไฟซึ่งบรรดาเทพกรีกกลัวนักหนา เซอร์เบอรัสมีน้องตัวหนึ่งชื่อ ออธรัส-Orthrus ตัวนี้เป็นหมานรกสองหัว ไม่ค่อยพบบ่อย แต่ถ้าเจอที่ไหนก็ให้คิดถึงเจ้าตัวนี้ไว้ก่อน เซอร์เบอรัสเป็นหมาที่ซื่อสัตย์ของเทพแห่งยมโลก มีหน้าที่เฝ้าไม่ให้ผู้ที่ข้ามแม่น้ำ สติกซ์มาแล้วหนีกลับ มันจะปล่อยให้วิญญาณเดินสู่ยมโลกแต่ไม่ให้กลับออกไปได้ (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet