10 อันดับภาพวาดที่มีมูลค่าในการซื้อขายสูงที่สุดในโลก ตอนที่ 2

10 อันดับภาพวาดที่มีมูลค่าในการซื้อขายสูงที่สุดในโลก ตอนที่ 2

มาต่อกันกับ 10 อันดับภาพวาดที่มีมูลค่าในการซื้อขายสูงที่สุดในโลก ตอนที่ 2 (อ่านตอนที่ 1) กันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วตามเราไปดูกันเลยว่ามีภาพวาดของศิลปินคนไหนที่ติดอันดับกันบ้าง

6. Water Serpents II

Water Serpents II

ผลงานของ : กุสตาฟ คลิมต์ (Gustav Klimt)
ปีที่วาด : ค.ศ. 1907
ราคา : 187 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

กุสตาฟ คลิมต์ เป็นศิลปินแนวซิมโบลิสต์ (Symbolist) หรือศิลปะในเชิงสัญลักษณ์ เขาเป็นชาวออสเตรีย มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 คลิมต์มีชื่อเสียงอย่างมากในการวาดภาพแนวอีโรติก (Erotic) หรือภาพที่แสดงออกทางอารมณ์เพศ เป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับว่าวาดภาพของอิสตรีออกมาได้อย่างลึกซึ้งถึงอารมณ์ที่สุด

ภาพ Water Serpents ซึ่งในภาษาออสเตรียเรียกว่า วาสเซอร์ชแลงเงน (Wasserschlangen) ก็คือภาพหนึ่งซึ่งแสดงออกในสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ได้ดีที่สุด วอเตอร์ เซอร์เพนต์ส (Water Serpents) มีความหมายหมายถึงงูน้ำหรือนางพราย เป็นภาพของเหล่าอิสตรีลอยล่องอยู่ในสายน้ำ ดุจน้ำที่เลื้อยรดท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว ให้อารมณ์และความรู้สึกที่ชวนมองเป็นอย่างมาก

ภาพ Water Serpents นี้ คลิมต์วาดไว้ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1904 ถึง ค.ศ. 1907 มีด้วยกันทั้งหมด 2 ภาพ ภาพที่มีมูลค่าถึง 187 ล้านดอลลาร์นี้เป็นภาพที่วาดขึ้นภาพที่ 2 ภาพนี้เคยถูกพวก นาซี (Nazi) เยอรมนียึดไปในปี ค.ศ. 1938 เมื่อครั้งบุกเข้ายึดครองออสเตรียในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และต่อมาได้ตกอยู่ในการครอบครองของนักสะสมหลายคนก่อนที่จะมาอยู่ในการครอบครองของ อีฟส์ บูวิแยร์ (Yves Bouvier) นักธุรกิจที่เป็นตัวแทนขายภาพชาวสวิส กระทั่งปี ค.ศ. 2013 อีฟร์ บูวิแยร์ ได้ขายไปด้วยมูลค่า 184 ล้านดอลลาร์ โดยขายให้กับ ดมิทรี ไรโบลอฟเลฟ ซึ่งเป็นนักสะสมภาพชาวรัสเซียที่เคยเป็นผู้ครอบครองภาพวาดที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก คือ ซัลวาตอร์ มุนดี นั่นเอง

7. No. 6 Violet, Green and Red

No. 6 Violet, Green and Red

ผลงานของ : มาร์ค รอธโก (Mark Rothko)
ปีที่วาด : ค.ศ. 1951
ราคา : 186 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

มาร์ค รอสโก เป็นศิลปินยุคบุกเบิกแนวแอ็บสแตร็กต์อีกผู้หนึ่ง มีสัญชาติอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย เกิดในเบลารุส ตัวรอธโกเองนั้นปฏิเสธในการถูกจัดให้ศิลปะของเขาเป็นแนวใดแนวหนึ่งโดยเฉพาะ แต่วงการศิลปะทั่วไปจัดผลงานของเขาว่าอยู่ในแนวแอ็บสแตร็กต์ เนื่องจากมีปรัชญาการทํางานและผลงานนามธรรมที่อยู่ในเชิงแอ็บสแตร็กต์อย่างชัดเจน

ผลงานของรอธโกมักใช้สีเพื่อสื่อความอารมณ์และความหมายต่างๆที่เขาต้องการสื่อสาร ภาพนี้เป็นอีกภาพหนึ่งที่ ดมิทรี ไรโบลอฟเลฟ นักสะสมภาพชาวรัสเซียซื้อมาจาก อีฟส์ บวิแยร์ นักธุรกิจและตัวแทนขายภาพชาวสวิส ในปี ค.ศ. 2014 ด้วยมูลค่า 186 ล้านดอลลาร์ 

8. Portraits of Maerten Soolmans and Oopjen Coppit

Portraits of Maerten Soolmans and Oopjen Coppit

ผลงานของ : เรมบรานด์ต (Rembrandt)
ปีที่วาด : ค.ศ. 1634
ราคา : 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ภาพ พอร์เทรต (Portrait) หรือภาพเหมือนของบุคคลดังกล่าวนี้มีด้วยกัน 2 ภาพคู่กันโดยที่ไม่เคยแยกจากกันเลย เป็นภาพวาดคู่สามีภรรยาคอปพิตในวันแต่งงานเมื่อปี ค.ศ. 1634 วาดโดยศิลปินชื่อเสียงโด่งดังของโลกอีกคนหนึ่งในยุคศตวรรษที่ 17 คือ เรมบรานด์ต

เรมบรานด์ตมีชื่อเต็มว่า เรมบรานด์ต แวน ริจิน (Rembrandt van Rin) เป็นศิลปินชาวดัตช์ ผู้สร้างผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียงออกมามากมายทั้งที่เป็นภาพวาดและภาพพิมพ์ในรูปแบบงานศิลปะซึ่งจัดอยู่ในสมัยบาโรค (Baroque) แต่ศิลปะของเรมบรานด์ตนั้นเป็นการประยุกต์ศิลปะบาโรคกับศิลปะสมัยใหม่ที่มีรูปแบบเป็นของตัวเอง ไม่สนใจการเก็บรายละเอียดแบบสมจริงซึ่งนิยมกันในช่วงเวลานั้น แต่ให้น้ำหนักกับเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกที่ศิลปินต้องการจะถ่ายทอดด้วยลักษณะของเส้นสายปลายพู่กันมากกว่า

ต่อมาเทคนิคนี้ได้กลายเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายอีกกว่าศตวรรษต่อมา นอกจากนี้ผลงานต่างๆของเรมบรานด์ตยังได้รับการยอมรับว่าเป็นเอกในเรื่องการใช้แสงอีกด้วย โดยวิธีการจัดแสงแบบของเรมบรานด์ต ได้ถูกถ่ายทอดไปสู่นักวาดภาพพอร์เทรตในรุ่นต่อๆมายึดถือกัน หรือแม้ในสตููดิโอถ่ายภาพเมื่อถึงยุคสมัยที่มีการสร้างกล้องถ่ายภาพขึ้นมาใช้แล้วก็ยังรับเอาวิธีการจัดแสงแบบของเรมบรานด์ตไปใช้เป็นมาตรฐานในการจัดแสงด้วยเช่นกัน

ภาพคู่สามีภรรยาคอปพิตนี้ตกอยู่ในการครอบครองของครอบครัวรอสส์ไชล์ด (Rothschild) ซึ่งเป็นตระกูลชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่มีชื่อเสียงด้านธุรกิจการเงิน จนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อในด้านการเงินระหว่างประเทศของสองฟากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก กระทั่งในปี ค.ศ. 2015 พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Loure Museum) ของฝรั่งเศสกับพิพิธภัณฑ์ริจ์คส (Rjks Museum) ของเนเธอร์แลนด์ ได้ร่วมทุนกันซื้อภาพวาดของเรมบรานด์ตคู่นี้จากครอบครัวรอสส์ไชล์ดด้วยมูลค่าสูงถึง 180 ล้านดอลลาร์

9. Women of Algiers Version O

Women of Algiers Version O

ผลงานของ : ปาโบล ปิกาสโซ (Pablo Picasso)
ปีที่วาด : ค.ศ. 1955
ราคา : 179.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ภาพชื่อ Women of Algiers Version O หนึ่งในภาพชุดเหล่าสตรีแห่งอัลจีเรียนี้วาดโดย ปาโบล ปิกาสโซ ศิลปินชาวสเปนที่ไปปักหลักอยู่ในฝรั่งเศส เป็นศิลปินที่มีความสามารถหลากหลายทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ เซรามิค และออกแบบฉากละคร ทั้งยังเป็นกวีกับนักเขียนบทละครอีกด้วย ปิกาสโซเป็นหนึ่งในศิลปินผู้ร่วมกันบุกเบิกศิลปะแนวคิวบิสต์ (Cubist) หรือการทํางานศิลปะซึ่งใช้รูปทรงลูกบาศก์เข้ามาสร้างสรรค์งานกับศิลปะในแนวเซอร์เรียลิสต์ (Surrealist) หรือศิลปะแบบเหนือจริง

นอกจากนี้ปิกาสโซยังได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นหนึ่งในศิลปินผู้ทรงอิทธิพลในด้านศิลปะของโลกในช่วงศตวรรษที่ 20 อีกด้วย ภาพ Women of Algiers Version O นี้เป็นภาพที่สร้างขึ้นโดยแรงบันดาลใจที่ได้รับมาจากภาพชื่อเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นผลงานของ เออแชน เดอลาครัวส์ (Eugene Delacroix) ศิลปินแนวโรแมนติก (Romantic) หรือศิลปะแนวเร้าอารมณ์ความรู้สึกชาวฝรั่งเศส

ในยุคต้นศตวรรษที่ 19 ภาพนี้เป็น 1 ในภาพชุดที่มีจํานวนทั้งสิ้น 15 ภาพ ซึ่งปิกาสโซวาดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1954 ถึง ค.ศ. 1955 ภาพที่มีมูลค่าสูงถึง 179.4 ล้านดอลลาร์ภาพนี้นับเป็นภาพสุดท้ายของภาพทั้งหมด จึงถูกตั้งชื่อว่า Version O โดยภาพเวอร์ชันอื่นๆ แม้จะไม่ได้มีมูลค่าสูงเท่ากับ Version O นี้ แต่ก็สามารถซื้อขายด้วยมูลค่าที่สูงด้วยกันทั้งสิ้น

เริ่มแรกทีเดียวภาพชุดทั้งหมด 15 ภาพนี้ถูกขายให้กับ วิกเตอร์ และ แซลลี แกนซ์ (Victor and Sally Ganz) แห่ง แกเลอรี หลุยส์ แลริส (Galerie Louise Leiris) ในปารีสเมื่อปี ค.ศ. 1956 ด้วยมูลค่า 212,500 ดอลลาร์ ซึ่งในเวลาต่อมาแกลเลอรีแห่งนี้ก็แบ่งขายภาพต่างๆออกไปให้อยู่ในความครอบครองของเจ้าของคนอื่นๆแต่บางชิ้นก็ได้เก็บเอาไว้เอง

สําหรับภาพ Version O นี้ถูกขายให้กับ ลิบบี ฮาววี (Libby Howie) ตัวแทนขายภาพในลอนดอน ซึ่ง ลิบบี ฮาววี ก็ขายภาพนี้ต่อไปให้กับชาวซาอุดิอาระเบียซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อจนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 2015 ก็มีการนําภาพ Version O นี้ออกมาประมูล โดยสถานประมูลคริสตีในนิวยอร์กด้วยราคาเคาะที่ 179.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งผู้ประมูลได้มีการเปิดเผยชื่อในภายหลัง คือ ฮาหมัด บิน ยัส ซิม บิน ยาเบอร์ อัล ทานี (Hamad bin Jassim bin Jaber ALThani) ผู้เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งกาตาร์

10. Red Nude

Red Nude

ผลงานของ : อเมดีโอ โมดิเกลียนี (Amedeo Modigliani)
ปีที่วาด : ค.ศ. 1917
ราคา : 170.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อเมดีโอ โมดิเกลียนี เป็นศิลปินชาวอิตาลีเชื้อสายยิวซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 แต่ไปปักหลักสร้างผลงานอยู่ในฝรั่งเศสอีกผู้หนึ่ง เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงในการสร้างสรรค์งานศิลปะแบบสมัยใหม่ ผลงานส่วนใหญ่มักจะเป็นภาพพอร์เทรตและภาพนู้ด (Nude) หรือภาพเปลือย ภาพวาดบุคคลของเขามักมีลักษณะที่ผิดรูปผิดร่างใบหน้ายืดยาวและมีลําคอยาว ซึ่งสิ่งนี้เขาได้รับอิทธิพลมาจากรูปสลักและหน้ากากของชาวแอฟริกัน

โมดิเกลียนี เป็นศิลปินอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ดูความสําเร็จของภาพเปลือย “Red Nude” ของเขาในช่วงที่มีชีวิตอยู่ ภายหลังจากที่ไม่ประสบความสําเร็จในอิตาลี เขาจึงย้ายไปอยู่ที่ปารีส ฝรั่งเศส ดินแดนแห่งศิลปะในปี ค.ศ. 1906 ด้วยความหวังที่จะได้รับโอกาสสัมผัสกับความสําเร็จได้บ้าง แต่แล้วกลับพบว่าโอกาสนั้นเปิดให้เขาน้อยมาก จนเขาเริ่มดื่มจัดและใช้ยากระทั่งเสียชีวิตลงก่อนวัย อันควรในปี ค.ศ. 1920 ขณะที่มีวัยเพียง 35 ปี

ภาพ Red Nude ของโมดิเกลียนนี้มีชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า นู กูเช (Nu Couche) แปลว่าสาวเปลือยเอนกาย (Reclining Nude) เป็นหนึ่งในภาพเปลือยจํานวนมากที่โมดิเกลียนีวาดส่งให้กับตัวแทนของเขา คือ ลีโอโปล สโบโรว์สกี (Leopold ZboroWSki) เป็นผู้ขายตลอดช่วงปีหลังๆของเขา นับตั้งแต่ ค.ศ. 1916 ถึง ค.ศ. 1919 และสโบโรว์สกีก็คือผู้อุปถัมภ์คนสําคัญของโมดิเกลียนีที่แม้จะเป็นผู้ขายภาพให้แล้ว เขายังให้ที่อยู่ที่กินแก่โมดิเกลียนีอีกด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์การวาดภาพต่างๆให้แก่เขา รวมถึงหาลูกค้าว่าจ้างให้เขาวาดภาพพอร์เทรตและยังเป็นผู้ที่จัดหานางแบบให้กับภาพเปลือยของเขาด้วยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นสโบโรว์สกียังให้เงินที่คล้ายเงินค่าจ้างเป็นรายวันแก่เขาจํานวน 15 ถึง 20 ฟรังค์ในทุกๆวันเพื่อให้เขาไว้ใช้จ่ายด้วย เรียกได้ว่าโมดิเกลียนีมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการอุปถัมภ์จากผู้เป็นทั้งเพื่อนและตัวแทนขาย งานให้เขาคนนี้

ภาพนี้ถูกนําออกแสดงครั้งแรกในงานแสดงภาพที่ปารีสใน ปี ค.ศ. 1917 ที่นับเป็นการแสดงภาพครั้งแรกและครั้งเดียวของเขา แต่การแสดงครั้งนั้นก็ถูกตํารวจสั่งปิดงานเพราะมีผู้คนแถวนั้นไปร้องเรียนตํารวจ นับจากนั้นภาพดังกล่าวได้หายไปจากการกล่าวถึงของสาธารณะ แต่เชื่อว่าทราบกันเพียงวงในที่มีการซื้อขายกันโดยไม่เปิดเผย ภาพดังกล่าวจึงมีราคาพุ่งสูงขึ้นมาเรื่อยๆจนกระทั่งในปี ค.ศ. 2015 จึงมีการประกาศการประมูลภาพนี้จากทางสถานประมูลคริสตี นิวยอร์ก ว่าผู้ครอบครองภาพวาดภาพนี้ในเวลานั้นก็คือ ลอรา แมตติโอลี รอสซี (Laura Mattioli Rossi) ผู้เป็นบุตรสาวของ เจียนนี่ แมตติโอลี (Gianni Natioli) นักธุรกิจใยฝ้ายชาวอิตาลี และเป็นนักสะสมภาพตัวยง ซึ่งเธอได้รับภาพนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบิดา

การประมูลภาพ Red Nude โดยสถาบันคริสตีในครั้งนั้นผู้ที่สามารถชนะการประมูลและได้เป็นผู้ครอบครองภาพวาดชิ้นนี้ในมูลค่า 170.4 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯคนหลังสุดนี้ก็คือ หลิว อี้เฉียน (Liu Yiqian) นักธุรกิจชาวจีนผู้มีกิจการค้าหลายอย่างอยู่ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet