Andy Warhol กับการเดินทางของชีวิตผ่านศิลปะสไตล์ป็อปอาร์ตในแวดวงต่างๆ

Andy Warhol Art

ในปี ค.ศ. 1972 รัฐบาลของประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) ได้มีนโยบายเปิดสัมพันธ์กับรัฐบาลของ เหมา เจ๋อ ตง (Moa Tse Tung) ผู้นําแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นครั้งแรก ข่าวนี้นับว่าเป็นข่าวใหญ่แห่งทศวรรษเลยทีเดียว เนื่องจากความขัดแย้งในระบอบปกครอง ระหว่างทุนนิยมกับคอมมิวนิสต์ที่ทําให้สองประเทศนี้ตัดความสัมพันธ์กันในทุกด้านมาเป็นเวลานาน ซึ่งจีนก็ปิดประเทศไม่คบหาใคร ยกเว้นประเทศค่ายคอมมิวนิสต์ด้วยกัน การเปิดสัมพันธ์กันระหว่างทั้งสองครั้งนั้นจึงสร้างความน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง

ศิลปะกับการเมือง

Andy Warhol Artwork

ข่าวนี้จึงเป็นกระแสความนิยมทุกสิ่งทุกอย่างพุ่งเป้าไปที่การเปิดประเทศของจีนนี้ ซึ่งแอนดีก็ร่วมฉลองข่าวใหญ่นี้ด้วยการทํางานภาพพิมพ์ชุดใหญ่อีกชุดเป็นรูปของท่านประธานเหมา ซึ่งถือว่าเป็น ภาพชุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกชุดหนึ่งของเขา และนอกเหนือจากภาพของ เหมา เจ๋อ ตง นี้แล้ว แอนดีก็ยังถือโอกาสทําภาพขนาดใหญ่ของ วลาดิเมีย เลนิน (Valademir Lenin) ผู้นําในการปฏิวัติรัสเซียซึ่งเป็นที่นับถือของค่ายคอมมิวนิสต์รัสเซียในเวลานั้นกับภาพ ค้อน และ เคียว (Hammer and Sickle) สัญลักษณ์ของระบอบคอมมิวนิสต์ เพื่อวิ่งตามกระแสซึ่งชาวอเมริกันเริ่มที่จะเปิดกว้างทางความคิดเกี่ยวกับระบอบคอมมิวนิสต์มากขึ้น ภายหลังจากต้องถูกกักขังความคิด และถูกปลูกฝังให้เชื่อว่าคอมมิวนิสต์นั้นคือผีร้าย และผู้มีแนวคิดคอมมิวนิสต์จะต้องถูกกําจัดมาเป็นเวลานานหลังจากช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

จากภาพชุดคอมมิวนิสต์แล้ว แอนดีก็ได้เริ่มทําผลงานทางการเมืองออกมาอีกมากมาย โดยเฉพาะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ในปี ค.ศ. 1972 แอนดีนั้นไม่พอใจต่อนโยบายการส่งทหารสหรัฐฯเข้าไปในสงครามเวียดนาม ซึ่งหนุ่มสาวชาวอเมริกันมากมายก็ลุกขึ้นต่อต้านเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 แล้ว จนมีการประท้วงลุกลามทั่วไปและมีการเสียชีวิตที่กลุ่มผู้ประท้วงถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ซึ่งก็มีเหล่าศิลปินจํานวนมากจากทุกๆวงการต่างก็ร่วมกันออกมาประท้วง และต่อต้านเรื่องนี้กันเป็นจํานวนมาก ซึ่งแอนดีก็คือหนึ่งในนั้นด้วย เขาจึง ต่อต้าน ริชาร์ด นิกสัน ที่ลงชิงชัยในการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง โดยหันไปสนับสนุนวุฒิสมาชิก จอร์จ แมคโกเวิร์น (George McGovern) ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับนิกสันแทน

Vote Mcgovern

แอนดีได้สร้างผลงานศิลปะของเขาเพื่อช่วยรณรงค์หาเสียงให้กับแมคโกเวิร์นด้วย โดยทําภาพล้อเลียนขึ้นมาภาพหนึ่ง เป็นภาพของนิกสันมีใบหน้าสีเขียวคล้ายกับแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstien) ผีดิบในนวนิยาย แล้วเขียนข้อความข้างล่างว่า “เลือกแมคโกเวิร์น (Vote Mcgovern)” เพื่อประชดประชันนิกสัน นับเป็นภาพที่ฮือฮามาก หนังสือพิมพ์ต่างก็นําภาพนี้ไปลงกันจนถ้วนทั่ว เพราะผู้ที่สร้างสรรค์ภาพนี้ขึ้นมานั้นไม่ใช่คนธรรมดานั่นเอง

หนทางสู่ความเป็นอมตะ

Andy Warhol Time Capsule

นอกจากเรื่องของความคิดทางด้านศิลปะแล้ว สิ่งที่สังคมสนใจและต้องการทราบเกี่ยวกับ แอนดี วาร์ฮอล ก็คือทรรศนะของเขา เพราะมักมีสิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นเสมอในความคิดของแอนดี ในปี ค.ศ. 1974 แอนดีได้สร้างความฮือฮาขึ้นในหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้งหนึ่งเมื่อเขาเปิดเผยว่าเขามี ความคิดในการทํา “ไทม์ แคปซูล (Time Capsule)” เพื่อเก็บรักษาของส่วนตัวที่มีค่าสําหรับเขาเอาไว้ ซึ่งเขาเตรียมจะนําไปด้วยในวันที่เขาได้จากโลกนี้ไป

ไทม์ แคปซูล ที่แอนดีพูดถึงนี้มีลักษณะเป็นกล่องจํานวน 610 ใบ สําหรับใส่สัมภาระตั้งแต่ของใช้ส่วนตัวไปจนถึงเอกสารและจดหมายต่างๆ แต่กลับมีสื่อมวลชนบางกระแสไปเจาะข้อมูลมาว่า ในจํานวน ไทม์ แคปซูล ที่แอนดีทําขึ้นนี้ไม่เพียงไว้ใส่ข้าวของเท่านั้น เขายังทํากล่องสําหรับตัวเองอีกด้วย แต่ไม่ใช่กล่องสําหรับใส่ร่างเขาหลังจากเสียชีวิตลงไปแล้ว เขาใช้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่ง ไทม์ แคปซูล ที่ว่านี้จะใช้รักษาและช่วยยืดอายุความหนุ่มของเขาเอาไว้ โดยทุกๆวันหรือทุกๆสัปดาห์ แอนดีก็จะเข้าไปนอนในไทม์ แคปซูล ซึ่งภายในจะติดตั้งอุปกรณ์บางอย่าง อาจเป็นสมุนไพร หรือไม่ก็เป็นยาบางชนิดที่ใช้ในการบําบัดและรักษาสภาพร่างกายของเขาไม่ให้ร่วงโรยไปอย่างรวดเร็วตามกาลเวลา

ความสัมพันธ์กับราชวงศ์ชั้นสูง

Andy Warhol Artwork for Grace Kelly

นอกจาก แอนดี วาร์ฮอล จะโด่งดังในวงสังคมทั่วไปแล้ว ในแวดวงสังคมชั้นสูงระดับราชวงศ์นั้นเขาก็มีความโด่งดังเช่นกัน แอนดี นับเป็นพระสหายสนิทกับหลายราชวงศ์ เช่น ราชวงศ์ของราชรัฐโมนาโค (Monaco) แอนดีมีความสนิทสนมกับเจ้าหญิงเกรซ แห่งโมนาโค (Grace of Monaco) หรือ เกรซ เคลลี (Grace Kelly) ที่เป็นอดีตดาราดังของฮอลลีวูด เจ้าของตํานานซินเดอเรลลา (Cinderella) แห่งศตวรรษที่ 20 ผู้ซึ่งอภิเษกกับเจ้าชายเรเนีย แห่ง โมนาโค (Rainier of Monaco) ประมุขแห่งราชรัฐโมนาโค ซึ่งแอนดีได้นําภาพของเจ้าหญิงตั้งแต่ครั้งยังเป็นดาราฮอลลีวูดจนเมื่อเป็นเจ้าหญิงโมนาโคแล้วมาเป็นแบบในงานศิลปะของเขามากมายหลายภาพ

กระทั่งเมื่อเจ้าหญิงสิ้นพระชนม์ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในปี ค.ศ. 1982 แอนดีก็ยังนําภาพของเจ้าหญิงเกรซมาบันทึกลงในงานศิลปะอันล้ำค่าของเขาอีกครั้งเพื่อเป็นการรําลึกถึงพระองค์ และนอกจากราชวงศ์โมนาโคแล้ว ราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi) แห่งอิหร่านก็มีความสนิทสนมกันด้วยเช่นกัน และด้วยความสนิทสนมนี้ แอนดีจึงเป็นตัวแทนในการพากษัตริย์ชาห์ เรซา ปาลาวี (Shah Reza Pahlavi) แห่งอิหร่านเข้าเป็นแขกของประธานาธิบดี เจอราลด์ ฟอร์ด (Gerald Ford) ที่ทําเนียบ ไวต์ เฮาส์ (White House) ในปี ค.ศ. 1975 ซึ่งเรื่องนี้มักไม่มีผู้ใดทราบ ทราบแต่เพียงว่าประธานาธิบดีฟอร์ดเป็นผู้เชิญเท่านั้น

Andy Warhal Artwork

การที่แอนดีคบหากับบุคคลชั้นสูง โดยเฉพาะกับบุคคลในราชวงศ์ต่างๆนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการลึกๆของเขาอยู่ด้วยเช่นกัน รวมถึงการที่เขามักนําภาพของบุคคลผู้มีชื่อเสียงมาเป็นแบบที่ไม่ใช่เป็นบุคคลมีชื่อเสียงธรรมดา แต่เป็นบุคคลระดับราชวงศ์ชั้นสูงต่างๆ เช่น สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ (Elizabeth II of England) สมเด็จพระราชินีมาร์เกรเธอ ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก (Margrethe ll of Denmark) สมเด็จพระราชินีเบียทริกซ์แห่งเนเธอร์แลนด์ (Beatrix of the Netherland) สมเด็จพระราชินีนตอมบี ทวาลา แห่งสวาซิแลนด์ (Ntombi Twala of Swaziland) และสมเด็จพระราชินีฟาราห์ ปาห์ลาวี แห่ง อิหร่าน (Farah Pahlavi of Iran) ภาพของบุคคลในราชวงศ์ชั้นสูงต่างๆเหล่านี้ในผลงานของเขา ล้วนเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความต้องการบางอย่างที่มีอยู่ในตัว แอนดี วาร์ฮอล ได้ด้วยเช่นกัน

ยิ่ง แอนดี วาร์ฮอล มีชื่อเสียงมากเท่าใดก็ยิ่งวางตัวเองอยู่ในสังคมมีระดับ เขามีความทะเยอทะยานสูง ต้องการยืนอยู่บนจุดสูงสุดเสมอ พวกที่รับเชิญไปร่วมงานในปาร์ตี้ของแอนดีก็ทราบดี ภายในงาน แอนดีมักจะวางตัวเสมือนตนเป็นพระราชาของสถานที่นั้น ทุกคนจึงมักปฏิบัติตามที่เขา ต้องการ เขาชอบให้มีผู้คนห้อมล้อมเขามากๆ ซึ่งหลายคนก็ยกย่องเขาคล้ายเป็นศาสดาอย่างจริงใจ แม้ว่าบางคนจะเพียงแค่ตามน้ำไปก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนใหญ่นั้นก็หวังพึ่งพิงบารมีของเขาเพื่อเป้าประสงค์บางอย่างกันทั้งสิ้น แม้แต่ เธอะ บีทเทิลส์ ซึ่งโด่งดังคับฟ้าอยู่แล้วก็ยังต้องขอคําปรึกษาจากเขา ครั้งหนึ่ง จอห์น เลนนอน (John Lennon) อดีตสมาชิก เธอะ บีทเทิลส์ ยังถึงขั้นนําเดโมเทปอัลบั้มชุด “อิมแมจิน (Imagine)” ซึ่งเขากําลังอัดเสียงอยู่ในเวลานั้นไปขอความคิดเห็นจาก แอนดี วาร์ฮอล กันเลยทีเดียว

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet