Andy Warhol กับการก้าวเข้าสู่วงการหนังใต้ดินและการแสดงศิลปะแบบมัลติมีเดีย

Andy Warhol

ในปี ค.ศ. 1963 แอนดี วาร์ฮอล ได้เริ่มหันมาสนใจงานใหม่บ้างก็คือการทําภาพยนตร์ เมื่อเขาได้พบกับ เจอราร์ด มาลังกา (Gerard Malanga) ช่างภาพที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงภาพยนตร์มานาน ทําให้เขาคิดจะเข้ามาสู่วงการนี้บ้าง จึงได้ชักชวนมาลังกาให้เข้ามาร่วมสร้างภาพยนตร์กับเขาที่แฟคตอรี ภาพยนตร์ที่แอนดีสร้างนั้นเป็นภาพยนตร์แนวศิลปะที่เน้นเรื่องอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเรื่องราวที่นับเป็นจุดเริ่มต้นแรกๆของภาพยนตร์แนวนี้ซึ่งรับอิทธิพลทางความคิดจากเขาอีกมากมายหลายเรื่อง และยังเป็นแรงจูงใจให้แก่นักสร้างหนังอิสระที่ไม่จําเป็นต้องคอยมองหาบริษัทใหญ่ที่ ผูกขาดวงการมาสนับสนุนให้ถือกําเนิดขึ้นมาอีกมากมาย

การก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์อิสระ หรือ หนังใต้ดิน

Andy Warhol Film

ภาพยนตร์อิสระดังกล่าวนี้มักเรียกกันว่า “หนังใต้ดิน” หรือ “อันเดอร์กราวน์ด (Underground)” ถือเป็นนอกกระแสที่เริ่มมีความคึกคักขึ้นมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1960 นั่นเอง ภาพยนตร์ที่แอนดี สร้างนั้นได้รับการชมเชยจากนิตยสารบันเทิง “ฟิล์ม คัลเจอร์ (Film Culture)” ว่าเป็นภาพยนตร์ซึ่งสามารถให้ความรู้สึกอันสวยสดงดงามดังเช่นภาพยนตร์มีคุณภาพเช่นในอดีตอีกด้วย และยังได้รับรางวัลภาพยนตร์แนวอิสระยอดเยี่ยมจากเรื่อง “เอมไพร์ (Empire)” ในปี ค.ศ. 1964 ด้วยเช่นกัน

กระทั่งในปี ค.ศ. 1964 ศิลปะในแบบ ป็อป อาร์ต ของ แอนดี วาร์ฮอล เริ่มโด่งดังไปถึงยุโรปเป็นครั้งแรก เมื่อเขาส่งภาพไปแสดงที่แกลเลอรี อีเลียนา ซันนาเบนด์ (Ileana Sonnabend) ในปารีส ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ชาวฝรั่งเศสและชาวยุโรปทั่วไปที่มีโอกาสเข้าชมเป็นอย่างมาก เมื่อได้สัมผัสกับศิลปะที่สะท้อนให้เห็นถึงสังคมอเมริกันแท้ๆ และสามารถบ่งบอกถึงวัฒนธรรมร่วมสมัยของคนอเมริกันได้เป็นอย่างดีของแอนดี จากนั้นผลงานของเขาก็ยังถูกส่งไปแสดงในประเทศอื่นๆอีก เช่น อิตาลี เยอรมนี สวีเดน อาร์เจนตินา และแคนาดา

ในด้านชีวิตส่วนตัวของแอนดีนั้น เขาไม่เคยแต่งงาน นอกจากพักอาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคนแล้ว เขายังมีสมาชิกคือแมวอีก 2 ตัว แอนดีรักแมวมาก เขามักมีแมวอยู่ข้างกายเกือบจะตลอดเวลาเลยทีเดียว และถึงแม้จะเป็นศิลปิน ป๊อป อาร์ต ตัวเอ้ แต่โดยส่วนตัวแล้วแอนดีไม่ได้มีรสนิยมในศิลปะร่วมสมัยมากนัก เขาชื่นชอบศิลปะแบบวินเทจ (Vintage) หรือในแนวเก่าเก็บมากกว่า โดยเฉพาะศิลปะยุคสมัยวิกตอเรีย (Victoria) หากใครได้ไปเป็นแขกเยี่ยมชมบ้านพักส่วนตัวของเขาแล้วก็จะแปลกใจกับการตกแต่งบ้านพักซึ่งแตกต่างจากศิลปะที่เขาทํามาก

แอนดียังชอบการคบหาสมาคมอย่างมากอีกด้วย เพราะเขาชอบการได้เป็นศูนย์กลางอยู่ในหมู่คนที่ มารายล้อมมากๆ เมื่อแอนดีโด่งดังขึ้นแล้วถนนทุกสายก็มุ่งมาสู่แฟคตอรี ทั้งดาราและนักร้องยอดนิยมตลอดจนนักการเมืองหรือบุคคลชั้นสูงในวงสังคม ต่างก็มักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนและซื้อข้าวซื้อของที่ออกแบบโดยแอนดี หรือขอให้เขาช่วยออกแบบสิ่งนั้นสิ่งนี้อยู่เป็นประจํา ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีความคิดจัดการให้แฟคตอรีเป็นแหล่งรวมของคนดังในนิวยอร์กเสียเลย โดยมักเชิญบุคคลมีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆมาร่วมงานปาร์ตี้ที่เขาจัดขึ้นเป็นประจํา

ด้วยปาร์ตี้นี้เองที่ยิ่งทําให้เขากลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นไปอีกในวงสังคมของนิวยอร์ก จนแฟคตอรีก็คือศูนย์รวมข่าวที่เหยี่ยวข่าว และช่างภาพต่างๆมักไปปักหลักกันอยู่ที่นั่นเพื่อหาข่าว คอลัมน์ซุบซิบตามนิตยสารและหนังสือพิมพ์ต่างก็คอยจดจ้องว่าจะมีคนดังคนไหนบ้างที่จะไปงานปาร์ตี้ของแอนดี สิ่งนี้เองที่ทําให้ดูคล้ายกับว่า แอนดี วาร์ฮอล นั้นเป็นเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในนิวยอร์ก จนได้ชื่อว่าเจ้าพ่อแห่งวงการป๊อปในที่สุด และใครๆที่ต้องการชื่อเสียงก็ต่างพยายามเข้าหาแอนดีเพื่อขอให้ฝากฝังผู้กว้างขวางในแวดวงต่างๆให้ หรือแมวมองดาราซึ่งต้องการปลุกปั้น ใครสักคนก็จะมามองหากันที่แฟคตอรี ใครที่ต้องการให้แอนดีช่วยเหลืออะไรก็จะมาขอร้องเขากันอย่างไม่รู้จักหยุดจักหย่อน

การแสดงศิลปะแบบมัลติมีเดีย Exploding Plastic Inevitable

Exploding Plastic inevitable

ในปี ค.ศ. 1966 แอนดีประกาศหยุดสร้างงานศิลปะภาพพิมพ์ที่ทํามาโดยตลอดลง โดยมุ่งทํางานแนวใหม่คือการจัดรายการแสดงศิลปะแบบมัลติมีเดีย (Multimedia) หรือสื่อผสมแทน งานมัลติมีเดียของแอนดีที่ได้รับความนิยมอย่างมากนี้มีชื่อว่า “เอ็กพลอดุง พลาสติก อินเนวิเทเบิล (Exploding Plastic Inevitable)” เป็นการแสดงบนเวทีประกอบฉากและแสงสี โดยมีวงดนตรี ร็อค (Rock) เล่นดนตรีประกอบการแสดง ซึ่งวงดนตรีที่แอนดีเลือกให้ประกอบการแสดงมัลติมีเดีย ของเขาก็คือวง เธอะ เวลเว็ต อันเดอร์กราวด์ (The Velvet Underground)

รายการนี้จัดตระเวนแสดงไปตามเมืองใหญ่ๆต่างๆทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาจนล่วงเข้าปี ค.ศ. 1967 จึงยุติรายการ และจากรายการมัลติมีเดียโชว์ในครั้งนั้นเองที่ทําให้แอนดีเข้ามามีอิทธิพลในวงการดนตรีร็อคของสหรัฐอเมริกาอีกวงการหนึ่ง และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังศิลปินร็อคมากมายที่ชัดเจนก็คือวงเวลเว็ต อันเดอร์ กราวด์ นั่นเอง นอกจากนี้แล้วนักแสดงบนเวทีมัลติมีเดียรายการนี้ต่างก็มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น และเข้ามาอยู่ในสังกัดของแอนดีกันหลายคน เช่น นิโค (Nico) และ เอ็ดดี เซดกวิค (Edie Sedgwick) เป็นต้น

และนอกจากวงเวลเว็ต อันเดอร์กราวด์ แล้ว แอนดีก็ยังให้การโอบอุ้มนักร้องนักดนตรีร็อคอีกมากมายหลายคน ที่ชัดเจนนั้นก็คือ เดวิด โบวี (David Bowie) เป็นต้น และการที่แอนดีเข้ามาให้การอุปการะคณะดนตรีต่างๆเช่นนี้ ก็ทําให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในโลกดนตรีร็อคผู้หนึ่งตั้งแต่นั้นเช่นกัน และเมื่อ แอนดี วาร์ฮอล ก้าวเข้าสู่ธุรกิจดนตรีร็อค ประตูของ เธอะ แฟคตอรี จึงไม่เพียงแต่เปิดต้อนรับแขกเชิญจากกลุ่มคนมีชื่อเสียงหรือกลุ่มคนในแวดวงสังคมชั้นสูงเท่านั้น แม้แต่กลุ่มนักดนตรีร็อคนุ่งกางเกงยีนส์ผมยาวรุงรังก็ยังเป็นแขกที่แวะเวียนมาที่งานปาร์ตี้ซึ่งจัดขึ้นที่แฟคตอรีอย่างไม่ขาดสายอีกด้วยเช่นกัน

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet