ศิลปะบนกระป๋องซุปตราแคมป์เบลล์ (Campbell) สัญลักษณ์ของป็อป คัลเจอร์

Campbell's Soup by Andy Warhol

ศิลปะ ป็อป อาร์ต เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีความตื่นตัวของกระแสวัฒนธรรมใหม่ซึ่งมากับความเจริญด้านเทคโนโลยี ธุรกิจบันเทิง และการโฆษณา รวมถึงการเติบโตของตลาดการ์ตูนด้วยเช่นกัน เพื่อสนองความต้องการของสังคมยุคใหม่ที่แวดล้อมด้วยสิ่งเหล่านี้ทุกวี่ทุกวัน จึงอาจ กล่าวได้ว่าศิลปะ ป๊อป อาร์ต ก็คือเครื่องบันทึกเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ เช่น เหตุการณ์ที่โด่งดังในช่วงเวลานั้น แฟชั่นที่กําลังได้รับความนิยม ดาราที่กําลังเป็นที่ชื่นชอบ หรือสินค้าที่กําลังได้รับความนิยมอยู่ในช่วงเวลานั้น จนดูคล้ายกับเป็นภาพโฆษณาที่ล้อความนิยมต่างๆไปตามยุคสมัย

ศิลปินที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกศิลปะ ป๊อป อาร์ต มีเช่น รอย ลิกเตนสไตน์ (Roy Richtenstein) จัสเปอร์ จอห์นส (Jasper Johns) เจมส์ โรเซนควิสต์ (James Rosenquist) โรเบิร์ต อินเดียนา (Robert Indiana) แคลส์ โอลเดนเบิร์ก (Claes Oldenburg) และ แอนดี วาร์ฮอล ศิลปินเหล่านี้ล้วนแต่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน ป๊อป อาร์ต ออกมาให้โลกได้สัมผัสกับศิลปะแหวกแนวทั้งในด้านความคิดและเทคนิคการนําเสนอ

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 เป็นต้นมา แอนดี วาร์ฮอล นั้นถือเป็นศิลปินพาณิชยศิลป์ และ ป๊อป อาร์ต ที่ประสบความสําเร็จสูงสุด และมีผลงานอันโดดเด่นที่สุดในนิวยอร์กเลยทีเดียว จนเขาถูกขอให้ออกแบบฉากละครเวทีที่บรอดเวย์ (Broadway) หลายแห่ง ความสําเร็จที่พรั่งพรูเข้ามานั้นทําให้ รายได้ของเขามากขึ้นจนสามารถซื้ออาคารที่พักและเป็นสตูดิโอแห่งใหม่ที่โอ่โถงขึ้นในย่านถนน เลกซิงตัน (Lexington Avenue) ซึ่งเป็นย่านคนมีรายได้สูงในนิวยอร์ก แล้วจึงพาแม่ของเขาย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันที่นี่ ซึ่งเวลานั้นแอนดีได้ตั้งบริษัทเป็นของตัวเองแล้วชื่อว่า แอนดี วาร์ฮอล เอนเตอร์ ไพรส์ อิงค์ (Andy Warhol Enterprises Inc.)

แต่ต่อมาเขากลับรู้สึกอึดอัดและต้องการอาคารหลังใหม่ที่หรูหรากว่านี้ จนไปได้ที่แห่งหนึ่งที่ถนน อีสต์ 47 (East 47) ซึ่งที่ตรงนี้คือจุดเริ่มต้นของ “เธอะ แฟคตอรี (The Factory)” สตูดิโอส่วนตัวอันโด่งดังของแอนดีที่กลายมาเป็นศูนย์กลางของความเคลื่อนไหวต่างๆที่ถูกจับตาจากสังคมไม่เคยหยุดหย่อนตลอดช่วงชีวิตที่ แอนดี วาร์ฮอล ยังมีชีวิตอยู่ และถือเป็นศูนย์รวมของคนดังในแวดวงต่างๆทั้งในวงการศิลปะ บันเทิง หรือนักการเมืองก็ตาม ที่ต่างแวะเวียนกันมาเยี่ยมเยียนสตูดิโอของเขาอย่างไม่ขาดสาย รวมถึงนักข่าวและช่างภาพที่ต้องการมาหาข่าวคนดังและเหตุการณ์ซึ่งสังคมให้การจับจ้องที่เกิดขึ้นใน เธอะ แฟคตอรี แห่งนี้ไม่เว้นแต่ละวัน

ศิลปะบนกระป๋องซุปตราแคมป์เบลล์ (Campbell) สัญลักษณ์ของป็อป คัลเจอร์

ภาพกระป๋องซุปตรา “แคมป์เบลล์ (Campbell)”

นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมา นับเป็นจุดเริ่มต้นยุคทองของ แอนดี วาร์ฮอล ชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วทุกวงการ จนคิวรับเชิญให้ไปบรรยายตามมหาวิทยาลัย สถาบันศิลปะ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ต่างๆนั้นยาวเหยียด และในช่วงนี้เองที่แอนดีได้เริ่มต้นวาดภาพชุดที่สร้าง ชื่อเสียงให้กับเขาอย่างมากมายซึ่งต่อมามีมูลค่าอันมหาศาล และได้รับการยอมรับว่าเป็นภาพ ป็อป อาร์ต ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกชุดหนึ่ง นั่นคือภาพกระป๋องซุปตรา “แคมป์เบลล์ (Campbell)” ซึ่งมีจํานวนทั้งสิ้น 32 ภาพ ตามจํานวนผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ทั้งหมดในตอนนั้น

แอนดีได้เคยบอกเหตุผลที่เขาคิดนํากระป๋องซุปแคมป์เบลล์มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานว่า เมื่อเขาเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้น เขามักเห็นกระป๋องซุปแคมป์เบลล์นี้จัดเรียงอยู่บนชั้นแลดูสวยงามติดตามาตั้งแต่เด็ก และด้วยการที่มีจํานวนผลิตภัณฑ์อันหลากหลายให้เลือกมากมาย เขาจึงนึกอัศจรรย์อยู่ในใจมาตั้งแต่นั้นเช่นกัน

เมื่อเห็นแม่มักซื้อเครื่องกระป๋องยี่ห้อนี้มาตั้งไว้ในครัวแบบไม่เคยซ้ำกันเลยตลอดสัปดาห์ แอนดีจัดแสดงภาพกระป๋องซุปแคมป์เบลล์ 32 ภาพนี้ครั้งแรกที่แกลเลอรีของ เออวิง บลัม (Irving Blum) อยู่ที่ เวสต์ ฮอลลีวูด (West Hollywood) รัฐแคลิฟอร์เนีย ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1962

ในตอนที่เปิดตัวครั้งแรกนั้น ภาพกระป๋องซุปทั้งหมดถูกซื้อไปในราคาภาพละ 100 ดอลลาร์เท่านั้น (ค่าเงินในขณะนั้น) ต่อมาภายหลังจากที่เสร็จสิ้นการแสดงภาพแล้ว เออวิง บลัม เจ้าของแกลเลอรีได้ขอซื้อภาพที่เหลือทั้งหมดไปในราคาเหมา คือ 1,000 ดอลลาร์ โดยขอจ่ายแบบผ่อนส่งเดือนละ 100 ดอลลาร์อีกด้วย

แต่ เออวิง บลัม ก็สามารถขายภาพเหล่านี้ให้กับพิพิธภัณฑ์ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ที่สนใจภาพชุดนี้เป็นเงินถึง 10 ล้านดอลลาร์ โดยที่ทางพิพิธภัณฑ์ยังได้พยายามตระเวนซื้อภาพที่ถูกซื้อไปก่อนหน้านั้นทั้งหมดมาเป็นกรรมสิทธิ์ของพิพิพธภัณฑ์จนกระทั่งครบทั้ง 32 ภาพตั้งแสดงให้เข้าชุดกันอีกด้วย จนในที่สุดภาพชุดนี้ก็มีมูลค่าถึง 15 ล้านดอลลาร์

Pop Star by Andy Warhol

หลังจากภาพกระป๋องซุปแคมป์เบลล์แล้ว ภาพชุดที่สร้างชื่อเสียงต่อมาก็คือภาพ ป็อป สตาร์ (Pop Star) ที่ใช้เทคนิคใหม่สุดในเวลานั้นคือ ภาพพิมพ์แบบ ซิลค์ สกรีน (Silck Screen) เทคนิคซิลค์สกรีน ตอนช่วงแรกๆที่แอนดีใช้นั้น เขายังคงใช้วิธีเก่าคือการนํามีดมาตัดแผ่นฟิล์มมาปิดบังในส่วนที่ไม่ต้องการพิมพ์สีเอาไว้ แล้วจึงหยอดสีลงไปทีละสี

แต่ต่อมาเขาได้พัฒนาวิธีการโดยใช้เทคนิคที่ทันสมัยขึ้น คือการใช้น้ำยามาอัดขึ้นรูปทําเป็นแผ่นแม่พิมพ์ที่ขึงด้วยผ้าบางๆแบบที่ใช้กันทั่วไปในการพิมพ์ซิลค์สกรีนในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเทคนิคที่แอนดีนิยมนํามาใช้กับผลงานในช่วงหลังๆเกือบจะทุกชิ้น

ภาพ ป็อป สตาร์ ดังกล่าวนี้มีเช่น เอลวิส เพรสลี (Elvis Presley) เจมส์ ดีน (James Dean) มาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) เอลิซาเบธ เทเลอร์ (Elizabeth Taylor) และ มาริลีน มอนโร (Marilyn Monroe) ที่ล้วนแต่เป็นดาราดังก้องโลกทั้งสิ้น โดยเฉพาะภาพชุด มาริลีน มอนโร นั้นนับเป็นภาพชุดที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุด และมีราคาแพงที่สุดชุดหนึ่งในปัจจุบันเลยทีเดียว

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet