ชีวิตรันทดของพอล เบนเนวิตซ์ ชายผู้ถูกหน่วยอโฟซีล้างสมองเรื่องมนุษย์ต่างดาว

Mirage Men

ตามข้อมูลที่ ริชาร์ด โดตี ให้นี้ ระบุว่าภารกิจของหน่วยงานอโฟซีที่ทําหน้าที่ปกปิดข้อมูลเรื่องจานบินและมนุษย์ต่างดาวนั้น เริ่มต้นขึ้นมาจากสถานการณ์ที่กองทัพอากาศกําลังเผชิญอยู่ในช่วงที่เกิดกรณีรอสเวลล์ขึ้นนั่นเอง ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพอากาศโดยตรง เนื่องจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในเขตความรับผิดชอบของกองทัพอากาศ จึงต้องมีการปกปิดข่าวดังกล่าวเพื่อป้องกันการตื่นตกใจของประชาชนจนอาจเกิดความวุ่นวายขึ้นได้

แต่กองทัพอากาศกลับล้มเหลวกับข้ออ้างที่นํามาใช้ว่าเป็นเหตุบอลลูนตรวจสภาพอากาศตก ไม่ใช่จานบินจากนอกโลก แต่การอ้างครั้งนั้นไม่มีความแนบเนียนแบบมืออาชีพ จึงต้องมีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาทํางานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งรูปแบบการทํางานของอโฟซีนั้นจะให้เจ้าหน้าที่คอยสืบหาข้อมูลของบุคคลต่างๆโดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เชื่อเรื่องจานบินและมนุษย์ต่างดาว แล้วคอยเกาะติดความเคลื่อนไหวของเป้าหมาย หากมีความเคลื่อนไหวที่เสี่ยงต่อการทําให้สังคมไขว้เขวในเรื่องดังกล่าว ก็จะส่งให้เจ้าหน้าที่พิเศษหรือสายลับของหน่วยงานเดินทางเข้าประกบตัว

เจ้าหน้าที่ก็จะใช้วิธีหว่านล้อมให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าวก่อนอื่น และพยายามเป่าหูให้เป้าหมายล้มเลิกความเชื่อเรื่องนี้โดยอาศัยวิธีการต่างๆนานา จนถึงการเชิญตัวไปทําการ “ล้างสมอง” ซึ่งก็คือวิธีการป้อนข้อมูลใหม่เข้าไปเพื่อให้บุคคลเป้าหมายหยุดเชื่อเรื่องราวดังกล่าวให้ได้ด้วยการย้ำให้เชื่อว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นเป็นข้อมูลลวงหรือข้อมูลที่มีผู้ประสงค์ร้ายส่งมาทําลายชาติ เช่นพวกคอมมิวนิสต์เป็นต้น เพื่อให้บุคคลเป้าหมายนี้เกิดความหวาดเกรงแล้วหยุดพฤติกรรมนั้นเสีย

แต่ถ้าหากไม่ได้ผลก็ใช้วิธีตรงกันข้ามเสียเลย คือตอกย้ำให้บุคคลเป้าหมายหลงเชื่อและหมกมุ่นเรื่องนี้หนักข้อขึ้นอีก โดยจะนําภาพหรือภาพยนตร์ต่างๆที่มีการถ่ายทําเอาไว้มาให้ดูแล้วย้ำว่านั่นเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาว ภาพดังกล่าวคือภาพจานบินที่บินอยู่เหนือท้องฟ้า ภาพของมนุษย์ต่างดาว รวมไปถึงภาพเหตุการณ์แปลกๆซึ่งมักเป็นที่สงสัยกันว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาว ซึ่ง ริชาร์ด โดตี ยอมรับว่าภาพเหล่านี้เป็นฝีมือการจัดฉากของทางการเพื่อจุดประสงค์ในการล้างสมองนั่นเอง เพื่อให้คนเหล่านั้นจมลึกลงไปกับความเชื่อให้มากยิ่งขึ้นจนคล้ายคนเพ้อเจ้อ

Crop Circle

จากนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยตามไปจัดฉากต่างๆเพื่อหลอกลวงเป้าหมายจนเป้าหมายเริ่มกลายเป็นคนไม่ปกติในสายตาชาวบ้านทั่วไป เพื่อแยกตัวเขาออกจากสังคม ให้สังคมคลางแคลงใจในตัวบุคคลผู้นั้น ซึ่งลักษณะของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวนี้ฟังดูคล้ายๆกับบุคคลลึกลับกลุ่มหนึ่งที่มักมีการกล่าวถึงในทฤษฎีสมคบคิดที่เรียกว่า “บุรุษชุดดํา (Men in Black)” และเหตุการณ์ต่างๆที่มักสงสัยกันเช่นเรื่องที่สัตว์ตายยกฝูงไปทั่วทั้งไร่พร้อมกันอย่างน่าประหลาด ไปจนถึงเรื่องสัญลักษณ์ประหลาดมักพบกลางทุ่งข้าวโพดที่เรียกว่า “วงกลมธัญพืช (Crop Circle)” เขาก็บอกว่ามาจากการจัดฉากดังกล่าวนี้เอง

ชีวิตรันทดของพอล เบนเนวิตซ์ ชายผู้ถูกหน่วยอโฟซีล้างสมองเรื่องมนุษย์ต่างดาว

 พอล เบนเนวิตซ์ (Paul Bennewitz)

ริชาร์ด โดตี เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรณีหนึ่งซึ่งเขาได้เข้าไปทําให้นักค้นคว้าเรื่องจานบินผู้มีชื่อเสียงรายหนึ่งเกิดความสับสนในข้อมูล กระทั่งไม่มีใครเชื่อข้อมูลของเขาอีกต่อไป จนในที่สุดเขาก็ถูกสังคมสงสัยว่ามีความบกพร่องทางจิตและมีชีวิตบั้นปลายต้องจบลงที่โรงพยาบาลประสาท เหยื่อ รายนี้ชื่อว่า พอล เบนเนวิตซ์ (Paul Bennewitz) นักธุรกิจด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผู้หลงใหลในการค้นคว้าเรื่องยูเอฟโอและเอเลียน ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงของคนในวงการนี้กันอย่างมาก

โดยตอนที่ ริชาร์ด โดตี ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้นั้น พอล เบนเนวิตซ์ ได้เสียชีวิตลงตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 แล้ว และอาจเป็นเพราะเบนเนวิตซ์เสียชีวิตลงไปแล้วนั้นเอง โดตีจึงกล้านําเรื่องดังกล่าวออกมาแฉให้โลกรู้ถึงสิ่งที่เขาทํากับเบนเนวิตซ์ผู้น่าสงสาร แต่โดตีก็อ้างว่าถึงแม้ว่าเขาจะมีความสํานึกผิดต่อเบนเนวิตซ์ในภายหลังอย่างไรก็ตาม เวลานั้นเขาก็ต้องทําตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สําเร็จ เพราะไม่เช่นนั้นเขาต้องถูกทําโทษเสียเอง

กรณี พอล เบนเนวิตซ์ นี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 บ้านของเบนเนวิตซ์ ตั้งอยู่ใกล้กับฐานทัพ อากาศเคิร์ทแลนด์ (Kirtland Air Force Base) ในแอลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก จากบ้านของเขานี้สามารถมองเห็นฐานทัพอากาศเคิร์ทแลนด์ได้อย่างชัดเจน เขาจึงมักสังเกตกิจกรรมในฐานทัพอากาศแห่งนี้เป็นประจํา ตอนที่มีเวลาว่างเขาชอบนั่งมองเครื่องบินบินขึ้นลงที่สนามบินของฐานทัพ อากาศทั้งกลางวันและกลางคืน เนื่องจากเขาก็เป็นนักบินสมัครเล่น และยังมีเครื่องบินส่วนตัวลําหนึ่งด้วย

วันหนึ่ง เบนเนวิตซ์ ได้ชมรายการทีวีซึ่งนําหญิงสาวที่อ้างว่าเธอถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวมาออกรายการ แล้วสะกดจิตให้เล่าเหตุการณ์ตอนที่ถูกลักพาตัวไปให้ฟังอย่างละเอียด โดยเบนเนวิตซ์ก็เข้าสู่ภวังค์ไปพร้อมกับเธอคล้ายกับถูกสะกดจิตไปด้วย และเริ่มมองเห็นภาพตามที่เธอบรรยายไว้ จนในที่สุดเขาก็เชื่อทุกอย่างตามที่เธอเล่าและเริ่มสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัวว่าจะมีมนุษย์ต่างดาวมาปรากฏให้เห็นหรือไม่

จากนั้นเขาก็เริ่มตั้งทฤษฎีในสิ่งที่เห็นในภาพข่าว เช่น ฝูงวัวในไร่ปศุสัตว์ซึ่งนอนตายเกลื่อนไปพร้อมๆกัน เพียงแค่ข้ามคืนว่าอาจเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้ แล้วก็เริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในกิจกรรมที่เฝ้าดูเครื่องบินขึ้นลงที่ฐานทัพอากาศเคิร์ทแลนด์อยู่ทุกวัน โดยเริ่มมองเห็นว่าอากาศยานที่บินขึ้นลงนั้นมีรูปร่างประหลาดอย่างที่ไม่เคยเห็นในเครื่องบินลําไหนมาก่อน แล้วยังบินขึ้นลงได้อย่างรวดเร็วผิดจากเครื่องบินทั่วไปอีกด้วย และยิ่งในเวลากลางคืนด้วยแล้ว แสงสว่างของเครื่องบินดังกล่าวจะทําให้บริเวณนั้นสว่างจ้าคล้ายกับเวลากลางวันได้เลยทีเดียว

เขาจึงเริ่มคิดว่าที่เห็นนี้ไม่ใช่เครื่องบินแต่เป็นจานบิน หรือยานของมนุษย์ต่างดาวอย่างแน่นอน เบนเนวิตซ์จึงได้ตั้งกล้องถ่ายทั้งภาพนิ่งและภาพยนตร์เพื่อเก็บหลักฐานนั้นเอาไว้ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังนําความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์มาประกอบวิทยุและตั้งเสาสัญญาณสูงๆเพื่อจะรับสัญญาณผิดสังเกตให้ได้ ซึ่งเขาก็สามารถบันทึกเสียงแปลกๆที่เขาเชื่อว่าเป็นเสียงการสื่อสารของมนุษย์ต่างดาวไว้ได้ด้วยเช่นกัน แล้วจึงส่งหลักฐานทั้งหมดไปให้ทางกองทัพอากาศ จนในที่สุดกองทัพอากาศก็ส่งเจ้าหน้าที่มาพบเขาที่บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้นั้นก็คือ ริชาร์ด โดตี นั่นเอง จากนั้นหน้าที่จัดฉากเพื่อหลอก พอล เบนเนวิตซ์ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

เจ้าหน้าที่พิเศษโดตีเริ่มต้นด้วยการนําข้อมูลต่างๆมาแย้งกับสิ่งซึ่งเบนเนวิตซ์เห็น ว่านั่นไม่ใช่จานบินหรือสิ่งใดๆที่มาจากนอกโลกอย่างที่เขาคิด เพื่อให้เขาเชื่อว่าเข้าใจผิดแล้วล้มเลิกข้อสงสัยไปเสียตามกระบวนการที่วางไว้ โดยนําข้อมูลต่างๆรวมถึงภาพถ่ายของจานบินจากที่ต่างๆซึ่งมีผู้อ้างว่าพบเห็นและถ่ายไว้ออกมาให้เขาดูว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลเท็จ แต่ก็ไม่สามารถทําให้เบนเนวิตซ์หยุดความเชื่อว่าสิ่งที่เห็นเป็นจานบินของมนุษย์ต่างดาวลงไปได้

เมื่อโดตีเห็นว่าไม่มีทางจะชักจูงเบนเนวิตซ์ให้หลุดออกจากความเชื่อดังกล่าวสําเร็จ โดตีจึงเริ่มแผน 2 คือเชิญเขาเข้าไปในฐานทัพอากาศเคิร์ทแลนด์ เพื่อชมกิจกรรมที่ทํากันภายในนั้น แล้วจึงพาเขาเข้าไปสู่กระบวนการล้างสมองเพื่อให้เบนเนวิตซ์ยิ่งจมลึกลงไปในความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวมากขึ้นไปอีก ด้วยการนําข้อมูลที่ลึกล้ำเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเชื่อได้หากไม่ใช่ผู้ที่คลั่งไคล้เรื่องมนุษย์ต่างดาวอย่างลึกซึ้งมาปลูกฝังลงในหัวของเขา ให้เขาชมภาพการทดลองต่างๆ เช่น การขึ้นลงของจานบิน และภาพการผ่าศพมนุษย์ต่างดาวอย่างที่มักมีการนํามาเปิดเผยกันว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ทําให้เบนเนวิตซ์ยิ่งดิ่งลึกกับข้อมูลเหล่านั้นหนักข้อขึ้นไปอีก

ซึ่งวิธีที่ใช้นี้มีจุดประสงค์เพื่อทําลายตัวตนของเขาด้วยข้อมูลที่เหลือเชื่อซึ่งคนทั่วไปมักสงสัยในข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว เมื่อเขานําเรื่องราวที่เห็นไปเล่าให้คนภายนอกฟังผู้คนก็จะไม่เชื่อ และยิ่งเขาพยายามโน้มน้าวว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจริงมากเท่าใด คนเหล่านั้นก็จะมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เชื่อถือมากเท่านั้น หากยังไม่หยุดเขาก็จะถูกกล่าวหาว่ามีอาการทางประสาทไปในที่สุด ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น เมื่อเบนเนวิตซ์กลับไปที่บ้านแล้ว เขาก็ยิ่งถลําตัวลงไปในโลกของเรื่องราวที่เหลือเชื่อนี้มากขึ้นจนไม่เป็นอันกินอันนอน จนครอบครัวของเขาเองก็เริ่มคิดว่าเขาเป็นบ้าไปจริงๆ และเริ่มจะไม่มีใครเชื่อฟังเขา

เมื่อลูกๆของเบนเนวิตซ์เห็นบิดามีอาการเช่นนี้หลังกลับมาจากฐานทัพอากาศแล้วก็สงสาร จึงต้องออกปากขอให้โดตีเลิกยุ่งกับบิดาเสียที เมื่อโดตีมาหาเบนเนวิตซ์ที่บ้านอีก โดตีสารภาพกับทีมถ่ายทําภาพยนตร์มิราจว่าพอเห็นสภาพของเบนเนวิตซ์ในช่วงหลังๆนี้แล้วเขาก็รู้สึกสงสารเช่นกัน และยังเคยออกปากบอกให้เขาเลิกหมกมุ่นกับเรื่องนี้เสียที เพราะทราบดีว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องไปจมอยู่กับชีวิตในโรงพยาบาลแทน แต่เบนเนวิตซ์นั้นไปไกลเกินกว่าที่จะล้มเลิกแล้ว

สําหรับข้อมูลที่ ริชาร์ด โดยี ระดมเข้าไปในหัวของ พอล เบนเนวิตซ์ จนเขาคิดว่าต้องนําเรื่องนี้ไปบอกให้คนอื่นๆทราบ แต่ในที่สุดเขาก็ถูกหาว่าบ้านั้น ก็คือข้อมูลเรื่องนิคมของมนุษย์ต่างดาวแห่งหนึ่งบนโลกที่เรียกกันว่าฐานดุลซี (Dulce Base) โดยโดตีได้บอกพิกัดของสถานที่แห่งนี้ว่าอยู่ ใต้ดินของบริเวณหนึ่งใกล้กับเมืองดุลซี รัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งเขาบอกว่านิคมแห่งนี้เป็นนิคมทดลองการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างมนุษย์โลกกับมนุษย์ต่างดาวจนเบนเนวิตซ์เชื่อเป็นตุเป็นตะ นอกจากนี้ยังให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานไปแอบทําการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านของเขาอีกด้วย ซึ่งในเครื่องนั้นได้ลงโปรแกรมที่ทําให้เครื่องสามารถแสดงรหัสสัญญาณแปลกๆขึ้นมาเมื่อมีการเปิดเครื่อง เพื่อให้เบนเนวิตซ์เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวส่งสัญญาณมาถึงเขา จึงยิ่งทําให้เบนเนวิตซ์หมกมุ่นกับเรื่องของจานบินและมนุษย์ต่างดาวหนักขึ้นไปอีก

ความเชื่อเรื่องนิคมดุลซีจึงทําให้เขาลงทุนเดินทางไปที่ดุลซี เพื่อค้นหาฐานใต้ดินแห่งนี้ด้วยตัวเองอยู่หลายครั้ง แต่ก็ค้นหาไม่พบ แม้จะหาไม่พบ เบนเนวิตซ์ก็เชื่อมั่นว่าฐานแห่งนี้ต้องมีอยู่จริงอย่างแน่นอน และยิ่งเขาถลําลึกลงไปกับเรื่องเหล่านี้มากเท่าใด เขาก็ใกล้การล้มละลายในชีวิตมากขึ้นเท่านั้น เบนเนวิตซ์ไม่เป็นอันทํางานจนกิจการใกล้จะล้มละลายลงเต็มที่ และตัวเขาเองก็ดูเหมือนคนป่วยเข้าไปทุกที ซึ่งก็ทําให้เขาสูญเสียตัวตน สูญเสียความน่าเชื่อถือจากสังคมตามแผนที่วางไว้นั่นเอง เพราะสิ่งที่เขาเชื่อและพยายามบอกใครๆนี้กลายเป็นสิ่งประหลาดที่เหลือเชื่อ จนในที่สุด เขาก็หมดความน่าเชื่อถือแล้วกลายเป็นตัวตลกไปในที่สุด

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet