แถลงการณ์จากรัฐบาลเรื่องเหตุการณ์จานบินตกที่เมืองรอสเวลล์ (Roswell)

แถลงการณ์จากรัฐบาลเรื่องเหตุการณ์จานบินตกที่เมืองรอสเวลล์ (Roswell)

หลังจากที่ แม็ค บราเซิล นําเรื่องวัตถุลึกลับไปเปิดเผยให้คนในเมืองทราบไม่นานนัก เรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นถกเถียงของคนทั้งเมือง จนไม่มีใครสนใจเรื่องอื่นอีกแล้วนอกจากเรื่องวัตถุลึกลับที่ตกลงที่รอสเวลล์นี้ และจากการพูดกันไปมาในที่สุดจึงทราบกันว่าในวันก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น 2 วัน ครอบครัววิลมอต (Witmot) ได้เห็นปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้นบนท้องฟ้าเหนือรอสเวลล์ก่อนแล้วตอนช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. คืนวันนั้น พวกเขาเห็นวัตถุรูปทรงรีซึ่งมีแสงสว่างจ้าบินข้ามท้องฟ้าไปอย่างรวดเร็ว

กระทั่งในวันที่ 4 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุนั้น ในช่วงประมาณ 5 ทุ่มเศษ ชิ้นส่วนจานบินที่ตกในไร่ของ แม็ค บราเซิล ซึ่งมีสัญลักษณ์แปลกๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ก็มีแม่ชีใน โรงพยาบาล เซนต์ แมรีย์ (St. Mary’s Hospital) ที่รอสเวลล์เห็นวัตถุลึกลับกําลังลุกไหม้อยู่เหนือท้องฟ้าด้วยเช่นกัน และทิศทางที่วัตถุพุ่งไปนั้นก็ตรงกับทิศทางของไร่ แม็ค บราเซิล ด้วยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น วิลเลียม วูดดี (William Woody) กับบิดาของเขาก็เป็นอีกรายที่เห็นปรากฏการณ์เดียวกันนี้จากไร่ของพวกเขาด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ก็ยังมี จิม แร็กสเดล (Jim Ragsdale) กับเพื่อนสาวของเขาก็เห็นเหตุการณ์เดียวกันนี้ในระหว่างที่ทั้งคู่ขับรถออกจากเมือง ทั้งสองเห็นลูกไฟลูกใหญ่พุ่งข้ามท้องฟ้าอย่างรวดเร็วเช่นกัน การถกเถียงกันในเรื่องวัตถุลึกลับตกที่รอสเวลล์ของชาวเมืองในตอนแรกๆนั้น ยังไม่มีใครคิดไปถึงเรื่องของจานบินแต่อย่างใด ส่วนใหญ่ให้ความคิดเห็นว่าน่าจะเป็นเพียงอุกกาบาตเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อ แม็ค บราเซิล นําเรื่องเศษวัตถุซึ่งมีลักษณะเป็นโลหะประหลาดไปเปิดเผยกับนักข่าววิทยุท้องถิ่นแล้วนั่นเอง คนในรอสเวลล์จึงได้เริ่มหันมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าวัตถุดังกล่าวจะเป็นจานบินจากนอกโลกหรือไม่

ส่วนทางด้านท่าอากาศยานทหารรอสเวลล์นั้น ผู้รับแจ้งจาก แฟรงค์ จอยซ์ ผู้ประกาศข่าวของสถานี เคจีเอฟแอล คือนาวาอากาศเอก วิลเลียม บลันชาร์ด (William Blanchard) นายทหารประจําหน่วยบินทิ้งระเบิด 509 หลังจากรับแจ้งแล้วนาวาอากาศเอก บลันชาร์ด ก็ส่งเจ้าหน้าที่ประจํา หน่วยข่าวกรองกองทัพอากาศ คือ นาวาอากาศตรี เจสซี มาร์เซิล ซีเนียร์ (Jesse Marcel Sr.) ไปที่ไร่ของ แม็ค บราเซิล ในทันที โดยได้เดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจําฐานทัพอากาศจํานวนหนึ่ง

เมื่อนาวาอากาศตรี มาร์เซิล ไปถึงบ้านของ แม็ค บราเซิล แล้ว บราเซิล ก็พาเจ้าหน้าที่ทั้งหมดไปดูจุดเกิดเหตุซึ่งเขาไปพบซากวัตถุประหลาดตกเพื่อดูร่องรอยของรอยไหม้ต่างๆ จากนั้นจึงพาไปยังฉางของเขาซึ่งเก็บซากวัตถุประหลาดต่างๆเอาไว้ แล้วนาวาอากาศตรี เจสซี มาร์เซิล ก็นําเครื่องมือวัดการแผ่รังสีออกมาตรวจสอบซากวัตถุเหล่านั้นซึ่งไม่พบการแผ่รังสีใดๆ จากการตรวจสอบขั้นต้นนั้น นาวาอากาศตรี มาร์เซิล ได้บอกบราเซิลเองว่าสิ่งนั้นน่าจะเป็นเศษซากชิ้นส่วนของจานบินอย่างแน่นอน โดยนาวาอากาศตรีมาร์เซิลได้ขอซากชิ้นส่วนเหล่านั้นกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่บ้านซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณท่าอากาศยานทหารรอสเวลล์นั้นเอง ก่อนจะนําซากชิ้นส่วนวัตถุทั้งหมดไปมอบให้กับผู้บังคับบัญชา

เมื่อนาวาอากาศเอก วิลเลียม บลันชาร์ด ได้รับเศษซากวัตถุลึกลับที่พบในไร่ของ แม็ค บราเซิล แล้ว เขาจึงได้รายงานเรื่องนี้ให้กับผู้บังคับบัญชา คือ พลอากาศจัตวา โรเจอร์ รามีย์ (Roger Ramey) แห่งท่าอากาศยานทหาร ฟอร์ต เวิร์ธ (Fort Worth Army Airfield) ซึ่งเป็นต้นสังกัดให้ทราบในทันที เนื่องจากเชื่อว่าวัตถุลึกลับดังกล่าวอาจเป็นอากาศยานลึกลับซึ่งกองทัพอากาศกําลังติดตามอยู่ก็เป็นได้ จากนั้นพลอากาศจัตวา โรเจอร์ รามีย์ ก็รายงานเรื่องนี้ต่อไปยังเพนตากอน ทราบในทันทีเช่นกัน

แถลงการณ์จากเพนตากอน

Roswell News

แต่ก่อนที่ข่าวจะเดินทางไปถึงเพนตากอนนั้น นาวาอากาศเอก วิลเลียม บลันชาร์ด ก็มอบหมายให้เรืออากาศโท วอลเตอร์ ฮอต (Walter Haut) ซึ่งทําหน้าที่เป็นโฆษกทหารอากาศประจําที่รอสเวลล์ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการว่า วัตถุลึกลับซึ่งตกในไร่ของ แม็ค บราเซิล ที่กําลังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่นั้นเป็นวัตถุคล้ายจานบิน โดยเรืออากาศโท ฮอต ยังได้ขยายความต่อไปอีกว่าวัตถุดังกล่าวอาจมาจากนอกโลก หรือจากแห่งหนึ่งแห่งใดภายในโลกนี้ แต่ไม่ปรากฏสัญชาติก็เป็นได้

การแถลงข่าวอย่างเป็นทางการออกมาเช่นนี้โดยเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศเอง ก็ยิ่งทําให้ประเด็นถกเถียงนั้นร้อนแรงขึ้นไปอีก กลายเป็นว่าทางกองทัพอากาศกลับเป็นผู้ที่ตอกย้ำสิ่งที่คลุมเครืออยู่ให้กลายเป็นความจริงในเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น และเมื่อข่าวนี้ไปถึงเพนตากอนแล้ว พลอากาศจัตวา คลีเมนต์ส แม็คมูลเลน (Clements McMullen) ผู้ช่วยเสนาธิการกองทัพอากาศก็สั่งให้ยุติการแถลงข่าวทั้งหมด และออกมาปฏิเสธสิ่งที่แถลงออกไปก่อนหน้านั้นว่ายังไม่ใช่ข้อสรุป กองทัพอากาศกําลังสืบสวนหาความจริงเรื่องนี้อยู่

จากนั้นจึงมีคําสั่งให้นาวากาศเอก โธมัส เจฟเฟอร์สัน ดูโบส (Thomas Jefferson Dubose) เดินทางไปที่รอสเวลล์ในทันทีเพื่อนําคําสั่งจากเพนตากอนไปถึงหน่วยงานทั้งหมดให้รับทราบ โดยให้เก็บซากวัตถุลึกลับดังกล่าวทั้งหมดโดยเฉพาะชิ้นที่อยู่ในครอบครองของ แม็ค บราเซิล ให้นําไปเก็บไว้อย่างมิดชิดที่ฐานทัพอากาศ แอนดรูว์ (Andrews Air Force Base) ในแมรีแลนด์

ตลอดวันที่ 7 กรกฎาคมวันนั้น ทุกคนที่ทราบข่าวพยายามเดินทางไปยังจุดที่วัตถุลึกลับตกลง แต่กลับพบว่าที่นั่นกลายเป็นเขตหวงห้ามไปเสียแล้ว มีการปักป้ายห้ามเข้าและล้อมรั้วลวดหนามไปทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ และหลังจากที่ทางวอชิงตันทราบข่าวจากการแถลงของเรืออากาศโท วอลเตอร์ ฮอต โฆษกประจําท่าอากาศยานทหารรอสเวลล์แล้ว จึงมีการตําหนิมายังที่ท่าอากาศยานทหารรอสเวลล์ว่าเร่งร้อนแถลงข่าวไปเช่นนั้นได้อย่างไร แล้วยังให้รายละเอียดจนเกินความจําเป็นอีกด้วย การทําเช่นนั้นอาจสร้างความโกลาหลขึ้นได้

ต่อมาจึงมีแถลงการณ์ออกมาใหม่เพื่อแก้ไขสิ่งที่แถลงไปก่อนหน้าภายในวันเดียวกัน โดยครั้งนี้นาวาอากาศเอก วิลเลียม บลันชาร์ด เป็นผู้ออกมาแถลงเอง และให้เรืออากาศโท วอลเตอร์ ฮอต เป็นผู้ขอโทษต่อสิ่งที่แถลงออกไปก่อนหน้านั้นทั้งหมด โดยในคําแถลงการณ์ใหม่ระบุว่าข่าวที่ โจษจันกันถึงเรื่องวัตถุลึกลับซึ่งตกลงที่ทางตอนเหนือของรอสเวลล์และมีความเข้าใจผิดกันว่าเป็นจานบินจากนอกโลกนั้น อันที่จริงแล้วนั่นก็คือวัตถุซึ่งเป็นเครื่องมือทางทหารของกองทัพอากาศเรียกว่า “บอลลูนตรวจสภาพอากาศ” ไม่ใช่จานบินแต่อย่างใด

โดยเมื่อคืนวันที่ 4 กรกฎาคม คืนที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นนั้น บอลลูนดังกล่าวเกิดประสบอุบัติเหตุขึ้นเพราะถูกฟ้าผ่าในขณะฝนตกหนักจนเกิดระเบิดและตกลงสู่พื้นดินที่รอสเวลล์ ไม่ได้เกี่ยวกับจานบินแต่อย่างใด แต่คําแถลงครั้งนี้กลับไม่ทําให้ชาวเมืองรอสเวลล์เชื่อได้ และยิ่งทําให้เกิดความสงสัยมากขึ้นไปอีกว่าสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นจานบินนั้นน่าจะเป็นจริงมากกว่า ไม่เช่นนั้นทางกองทัพอากาศสหรัฐฯคงไม่ร้อนตัวออกมาแก้ข่าวอย่างรวดเร็วเช่นนี้ และสิ่งที่ทางกองทัพออกมาแถลงภายหลังนี้ก็ค้านกับสายตาของผู้เห็นเหตุการณ์คืนนั้นทั้งหมดซึ่งมีอยู่มากมายและต่างก็ยืนยันตรงกันว่าลักษณะการระเบิดแล้วตกลงสู่พื้นดินของวัตถุดังกล่าวนี้คล้ายจานบินบินพุ่งผ่านขอบฟ้ามากกว่าจะเป็นบอลลูนตรวจสภาพอากาศที่หากถูกฟ้าผ่าจนตกลงจริงก็น่าจะตกลงในแนวดิ่งหรือเฉียงออกไปในองศาที่ไม่มากนัก ไม่ใช่พุ่งข้ามขอบฟ้าคล้ายกําลังบินอยู่แล้วเกิดระเบิดตกลงมาแบบเดียวกับการตกของเครื่องบินขณะบินอยู่

ภายหลังจากที่ทางวอชิงตันและเพนตากอนทราบเรื่องดังกล่าวกันถ้วนทั่วแล้ว วันเดียวกันนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอากาศสหรัฐฯหลายนายเดินทางไปที่ท่าอากาศยานทหารรอสเวลล์ และมีการจัดตั้งคณะทํางานเรื่องนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ แล้วเรียกเจ้าหน้าที่ทุกคนซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นมาให้รายละเอียด นับจากนั้นมาเรื่องของวัตถุลึกลับที่ตกซึ่งใครๆเชื่อว่าเป็นจานบินนี้ก็ถูกแก้ใหม่กลายเป็นเรื่องบอลลูนตรวจสภาพอากาศแทน ซึ่งบอลลูนดังกล่าวกองทัพอากาศสหรัฐฯใช้สําหรับขึ้นไปสํารวจสภาพอากาศและความเข้มข้นของกัมมันตรังสีบนชั้นบรรยากาศโลก

ซึ่งในเวลาต่อมาก็มีคําสั่งตามมาให้รวบรวมเศษซากชิ้นส่วนทั้งหมดของวัตถุที่ตกไปเก็บไว้ที่ฐานทัพอากาศฟอร์ตเวิร์ธในแมรีแลนด์ โดยยังให้ส่งชิ้นส่วนบางรายการไปไว้ที่ศูนย์เทคโนโลยีการบินที่ฐานทัพอากาศ ไรต์-แพตเตอร์สัน (Wright-Patterson Air Force Base) ที่เมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโออีกด้วย เพื่อทําการพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าวัตถุเหล่านั้นคืออะไรกันแน่ โดยอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของนาวาอากาศเอก โธมัส เจฟเฟอร์สัน ดูโบส แล้วส่งรายงานทั้งหมดไปยังวอชิงตัน ดีซี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมและทําเนียบขาวทราบ

ส่วนทางด้านเมืองรอสเวลล์นั้น ข่าวนี้ถูกขยายและพัดพาไปอย่างรวดเร็วจากรอสเวลล์ไปสู่เมืองอื่นๆในละแวกใกล้เคียง ซึ่งอาจเลยไปถึงรัฐอื่นๆแล้วก็เป็นได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน เพราะข่าวนี้ได้ถูกกระจายออกตามสื่อทั้งทางหนังสือพิมพ์และวิทยุที่คนต่างเมืองต่างรัฐสามารถจะรับรู้ข่าวนี้ได้เช่นกัน แต่สิ่งสําคัญคือคนในรอสเวลล์ทั้งหมดต่างเชื่อว่าวัตถุที่ตกนั้นไม่ใช่บอลลูนตรวจอากาศของกองทัพอากาศอย่างแน่นอน เชื่อว่ามันคือจานบินมากกว่า และในเหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้มีเพียงการพูดถึงแต่เรื่องของจานบินเท่านั้น ยังมีเรื่องของซากมนุษย์ต่างดาวที่เห็นกันอีกด้วย

เมื่อข่าวนี้กระจายออกไปยังเมืองอื่นๆก็เริ่มมีการสอบถามเข้ามาที่รอสเวลล์ตามช่องทางต่างๆเพื่อขอทราบข่าวและขอการยืนยันว่าเรื่องที่ร่ําลือกันอยู่นั้นเป็นความจริง จนเมืองทั้งเมืองต่างต้องวุ่นอยู่กับการให้ข้อมูลข่าวสารกันตลอดทั้งวันโดยไม่เป็นอันต้องทําอย่างอื่นอีกแล้ว และยิ่งมีการสอบถามเข้ามาที่รอสเวลล์มากเท่าใด ผู้คนก็ยิ่งเชื่อว่าวัตถุลึกลับที่ตกในรอสเวลล์ดังกล่าวคือจานบินตามที่ชาวรอสเวลล์ยืนยันไม่ใช่บอลลูนตรวจสภาพอากาศตามที่ทางกองทัพอากาศออกมาแถลง

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet